นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่นกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากถูกพายุเชบี พัดถล่มหนักที่สุดในรอบ 25 ปีได้รับความเสียหายหลายแห่ง และเกิดน้ำท่วมสนามบินคันไซจนต้องปิดสนามบินหลายวัน มีผู้โดยสารรวมทั้งชาวไทยตกค้างจำนวนมาก ขณะนี้ยังเปิดบริการเที่ยวบินระหว่างประเทศไม่ได้ ผู้โดยสารที่ตกค้าง ต้องไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเมืองใกล้เคียงแทน
ทีมข่าวไทยรัฐ ซึ่งร่วมคณะกรรมการสัญจรไปที่นครโอซากา เพื่อดูปัญหาการให้บริการชาวไทย รายงานมาว่า ฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน และเมื่อบ่ายวันที่ 10 กันยายน ฝนหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้บรรยากาศในตัวเมืองของนครโอซากา กลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้คนสัญจรไปมาหนาแน่นขึ้น
...
โดยเฉพาะที่ถนนมิโด ย่านนัมบะ เป็นจุดสนใจของผู้คนที่เดินผ่านสัญจรไปมา เนื่องจากมีซากปรักหักพังของอาคารไม้เก่าแก่ 3 ชั้น ซึ่งขนาบข้างด้วยตึกแถว ถูกพายุพัดถล่มพังทลายลงมาทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเก็บกวาดซากอาคารไปกองรวมไว้หน้าร้าน และใช้แถบกั้นปิดกั้นไม่ให้เข้าไปในบริเวณดังกล่าว จึงเป็นจุดเด่นที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา จะหยุดยืนดูความเสียหายจากพายุที่ทิ้งไว้ให้เห็น
ส่วนที่ปราสาทโอซากา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนครโอซากา ปรากฏว่ามีชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติพากันไปเที่ยวชมปราสาทกันอย่างคึกคักเช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมามีฝนตกหนักตลอดหลายวัน และที่ปราสาทโอซากา มีซากความเสียหายจากพายุเชบีทิ้งไว้เห็นเช่นกัน ต้นไม้เก่าแก่อายุกว่า 400 ปีหลายต้นถูกพายุพัดกิ่งก้านหักจำนวนมาก และบางจุดมีต้นไม้ใหญ่ถูกพายุพัดแบบถอนโคนโค่นล้มลงมา กลายเป็นจุดสนใจที่นักท่องเที่ยวไปยืนดูและถ่ายภาพกัน
ด้านชาวไทยที่อาศัยอยู่ในนครโอซากาและใกล้เคียง ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุพายุเชบีพัดถล่ม คงมีเพียงอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมากแต่ไม่ร้ายแรง นายมุนินท ปานิสวัสดิ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา เปิดเผยว่าไต้ฝุ่นเชบี เป็นพายุลูกที่ 21 ที่พัดถล่มญี่ปุ่นในปีนี้ โดยพัดเข้าโอซากาและโกเบ ตอนบ่ายวันที่ 4 กันยายน สร้างความเสียหายแก่สนามบินคันไซ นครโอซากา น้ำท่วมสนามบิน อุปกรณ์ต่างๆ เสียหาย จนต้องปิดสนามบิน ผู้โดยสายชาวไทยตกค้าง 1,000 กว่าคน ต้องทยอยไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเมืองใกล้เคียง ขณะนี้ยังประกาศปิดสนามบินถึงวันที่ 13 กันยายน
นายมุนินท เผยอีกว่าสำหรับชาวไทยนั้น ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้ประกาศเตือนภัยก่อน 48 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก ไม่ให้ออกนอกบ้าน และทุกคนยังมีแอปพลิเคชันเตือนภัย จึงทำให้ชาวไทยไม่เป็นอะไร
“เท่าที่ทราบคนไทยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ว่าทรัพย์สินจะมีเสียหายบ้าง เนื่องจากฝนตกและลมแรง เช่น ทำให้หลังคาบ้านเปิด รั้วบ้านพัง หรือกระจกแตก ถือว่าเสียหายไม่ร้ายแรง บริษัทเอกชนของไทยได้สอบถามสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ที่ดูแลบริษัทเอกชนไทย ก็ไม่มีใครได้รับความเสียหาย สอบถามไปยังสมาคมนักเรียนไทยก็ไม่มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต” นายมุนินท กล่าว.
...