(ภาพจาก TRAFFIC)

หน่วยงานเฝ้าระวังการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตรวจสอบพบว่า มีสัตว์ป่าเป็นๆ มากกว่า 1,500 ตัวถูกโพสต์เสนอขายผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กในประเทศไทย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 10 ก.ย. 2561 ว่า องค์กร ‘ทราฟฟิก’ หน่วยงานเฝ้าระวังการลักลอบค้าสัตว์ป่าเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ระบุว่า สัตว์ป่ากว่า 1,500 ตัว ถูกโพสต์เสนอขายผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กในประเทศไทย และมีจำนวนมากที่เป็นสัตว์ต่างถิ่น ไม่มีอยู่ในประเทศไทย ทำให้ไม่มีการควบคุมการซื้อขายพวกมัน แม้จะเป็นสายพันธ์ุที่ได้รับความคุ้มครองในระดับสากลก็ตาม

ทราฟฟิก ระบุว่า สัตว์ป่าดังกล่าวถูกเสนอขายผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊กในไทย จำนวน 12 กลุ่ม เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เดือนในปี 2559 โดยในจำนวนสัตว์กว่า 200 สายพันธ์ุ มี 2 สายพันธ์ุที่เป็นสัตว์ต่างถิ่นได้แก่ นากยุโรป (Eurasian otter) กับ เต่าบึงจุด (black spotted turtle) ขณะที่บางสายพันธ์ุเป็นสัตว์ท้องถิ่น แต่ถูกห้ามค้าขายระหว่างประเทศเช่น นกชนหิน (helmeted hornbill) กับ จระเข้น้ำจืด ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธ์ุ และ หมีควาย

ลิงลม หนึ่งในสัตว์ที่มีการประกาศขายมากที่สุด
ลิงลม หนึ่งในสัตว์ที่มีการประกาศขายมากที่สุด

...

ทราฟฟิก ยังตรวจสอบสมาชิกของกลุ่มเฟซบุ๊กทั้ง 12 กลุ่มในปี 2559 และในปี 2561 และพบว่ามีกลุ่มค้าสัตว์ป่าหายไป 2 กลุ่ม แต่สมาชิกในกลุ่มอื่นๆ โดยรวมกลับเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจาก 106,111 คนในปี 2559 เป็น 203,445 คน ในปี 2561 โดยโฆษณาขายทั้งสัตว์เป็นๆ และซากสัตว์ บางกรณีก็ขายอวัยวะด้วย สัตว์ที่ถูกประกาศขายกว่า 47% ไม่ได้รับความคุ้มครองการซื้อขายจากกฎหมายไทย และมี 105 สายพันธ์ุที่มีการค้าขายกันอยู่แม้กฎหมายไทยจะคุ้มครองก็ตาม

ด้านนางแคธ ลอว์สัน รักษาการหัวหน้าที่ปรึกษาขององค์กรอนุรักษ์พันธ์ุสัตว์ ‘WWF’ กล่าวว่าการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ เป็นปัญหาที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ “การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศร้ายแรง มันเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง และกำลังขยายสู่พื้นที่โลกดิจิตอลด้วย นี่เป็นปัญหาของโลกและจำเป็นต้องมีการแก้ไขในระดับโลก ซึ่งรวมถึงการเพิ่มการบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความตระหนักรู้ และลดความต้องการของผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า”