Credit : NASA

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 มีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรรอบดาวฤกษ์อื่นๆได้ก่อให้เกิดความสนใจแก่นักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ด้านดวงดาว ให้มุ่งค้นคว้าถึงองค์ประกอบของดาวเคราะห์เหล่านี้ ที่จะนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายอื่นๆ ว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นเหมาะต่อการพัฒนาและเอื้อให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้หรือไม่

เมื่อไม่นานนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสหรัฐอเมริกา รายงานต่อที่ประชุมโกลด์ชมิดต์ เมืองบอสตัน เกี่ยวกับการประเมินข้อมูลใหม่ที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler) ที่ทำภารกิจตามหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก รวมกับข้อมูลจากดาวเทียมไกย่า (Gaia) ที่โคจรรอบโลกเพื่อสำรวจดวงดาวในกาแล็กซีทางช้างเผือก ระบุว่าดาวเคราะห์นอกระบบจำนวน 4,000 ดวง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีรัศมีขนาดใหญ่กว่าโลก 1.5 เท่า และอีกกลุ่มมีรัศมีใหญ่กว่าโลกเฉลี่ย 2.5 เท่า ดาวเคราะห์ทั้ง 2 กลุ่มนี้อาจมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 50% เมื่อเทียบโดยน้ำหนักแล้วนับว่ามากกว่าโลกของเราประมาณ 0.02%

นักวิจัยเผยว่า อุณหภูมิพื้นผิวของดาวเคราะห์ดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ในช่วง 200-500 องศาเซลเซียส พื้นผิวอาจปกคลุมด้วยไอน้ำและมีน้ำอยู่ข้างใต้ พร้อมระบุว่าประมาณ 35% ของดาวเคราะห์นอกระบบที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกและอาจอุดมด้วยแหล่งน้ำเหล่านี้ น่าจะเกิดขึ้นในลักษณะคล้ายกับแกนดาวเคราะห์ยักษ์ อย่างดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูนนั่นเอง.

...