ไอเดียที่ริจะเริ่มเปิดธุรกิจนมในโซมาเลีย อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เจิดจรัสนัก เพราะ 1.เหตุมุสลิมหัวรุนแรง กลุ่ม Shabaab Islamist โยงใยก่อการร้ายอัลเคดา ก่อเรื่องตูมตามแทบรายวันมานานกว่า 10 ปี หวังโค่นล้มรัฐบาล จนเหมือนจะกลายเป็นสามัญชีวิตแล้ว 2.กระแสไฟฟ้าก็ “สามวันดี สี่วันไข้” & แสนแพง จนเจ้าของโรงนมหลายแห่งต้องพับกิจการ
ที่สำคัญ 3.ชาวโซมาเลียไม่คุ้นและไม่เคยดื่มนมวัวสด เลือกดื่มแต่นมอูฐ หรือไม่ก็นมผง เพราะรากความคิดมองว่า นมวัวไม่สะอาด เป็นอันตรายต่อสุขภาพนี่สิ...อุปสรรคก้อนโต
แต่ อับดุลคาดีร์ โมฮาเหม็ด ซาลาด วัย 40 ปี ก็ยังยอมเสี่ยง ตัดสินใจกลับมาตุภูมิเมื่อปีที่แล้ว มาเปิดบริษัท ชื่อว่า “Irman Dairy” พร้อมเพื่อนร่วมงาน 2 คน
หลังลี้ภัยหนีสงครามกลางเมืองเมื่อ พ.ศ.2534 ไปอยู่อังกฤษ ทำงานเป็นคนขับรถแท็กซี่ แล้วเปลี่ยนไปทำงานที่ฟาร์มโคนม เมืองเลสเตอร์ ส่วนภรรยากับลูกๆ 3 คน ก็ให้อยู่ที่อังกฤษต่อ
“ผมเห็นว่าปศุสัตว์เป็นอีกหนึ่งแหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่เรากลับต้องนำเข้านมผงทุกปี แล้วทิ้งทรัพยากร เสาะหาประโยชน์เพียงบางเบา ซึ่งถือว่าน่าเสียดาย”
และเมื่อลงพื้นที่ขายจริง บ่อยครั้งที่รถตู้ส่งนมของตัวเองต้องขับกลับโรงงานทั้งที่ยังไม่ได้ไปส่งถึงมือลูกค้า เพราะถนนปิดจากเหตุโจมตี ส่วนปัญหาค่าไฟแพง ซาลาด ก็ยังโชคดีที่ได้รับการบริจาคระบบติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์จากโครงการหนึ่งที่สหรัฐฯช่วยเรื่องเงิน ส่งเสริมผู้ประกอบการ
แต่แล้ว ดูเหมือนว่ากิจการของซาลาดเริ่มมีแววสดใส นม “Irman” ที่วางขายตามซุปเปอร์มาร์เกต ขนาด 500 มม. ราคา 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 32 บาท มีลูกค้าจากแต่ก่อนไม่เคยดื่มนมวัวทั้งบ้าน แต่เพียงไม่กี่เดือนพวกเขาก็คุ้นชินและรู้สึกว่าอร่อย
...
ซายิด อาลี เจ้าของร้านซุปเปอร์มาร์เกตแห่งหนึ่ง บอกว่า “รู้สึกมีความสุขมากที่สุดท้ายก็มีผลิตภัณฑ์นมที่มาจากคนในท้องถิ่นตั้งวางอยู่บนชั้นสินค้าเสียที เพราะขายแต่ของแบรนด์นอกที่ต้องนำเข้ามาตลอด พอมีนม “Irman” ลูกค้าที่สนใจก็เพิ่มมากขึ้นด้วย”
แสดงว่า...ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น...ยังขลังเสมอ.
ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ