ผลการสอบสวนชี้ นักบวชคริสตจักรคาทอลิกในรัฐเพนซิลเวเนียกว่า 300 องค์ ล่วงละเมิดทางเพศเด็กนับพันคนตลอดช่วง 70 ปีที่ผ่านมา...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 ส.ค. 2561 ศาลสูงสุดรัฐเพนซิลเวเนียเผยแพร่รายงานการสอบสวนของคณะลูกขุนใหญ่ เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในคริสตจักรคาทอลิก และมีการระบุชื่อนักบวชที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมากกว่า 300 คน
...
ผลการสอบสวนของคณะลูกขุนใหญ่พบว่า ตลอดช่วง 70 ปีที่ผ่านมา มีเด็กมากกว่า 1,000 คนตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศฝีมือสมาชิกใน 6 สังฆมณฑล (diocese) หรือเขตการปกครองของคริสตจักรซึ่งมีบิชอปเป็นประมุข ในรัฐเพนซิลเวเนีย และมีการปกปิดการกระทำผิดอย่างเป็นระบบโดยฝีมือของคริสตจักรด้วย
รายงานดังกล่าวเป็นผลการสอบสวนพยานจำนวนมาก และตรวจสอบเอกสารภายในของทุกสังฆมณฑลในรัฐเพนซิลเวเนีย จำนวนกว่า 500,000 หน้า เป็นเวลานาน 18 เดือน และทำให้สามารถระบุตัวเหยื่อจำนวนกว่าพันคน จากบันทึกคำร้องของคริสตจักรเอง โดยเหยื่อจำนวนมากอ้างว่าพวกเขาถูกวางยา หรือถูกควบคุมด้วยวิธีอื่นๆ และถูกสมาชิกครอบครัวที่ไม่เชื่อเรื่องที่พวกเขาเล่าทุบตีด้วย
“เราเชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงของเด็กที่บันทึกคำร้องสูญหาย หรือไม่กล้าออกมาร้องขอความเป็นธรรม มีจำนวนหลายพันคน” คณะลูกขุนใหญ่ระบุ
คณะลูกขุนใหญ่ย้ำด้วยว่า ความพยายามปกปิดการกระทำผิดของสมาชิกระดับสูงของคริสตจักร ทำให้คดีส่วนใหญ่หมดอายุความไม่สามารถดำเนินคดีได้อีก แต่การสืบสวนที่ยังคงดำเนินต่อไป ทำให้อาจพบการกระทำผิดเพิ่มอีก
ทั้งนี้ แม้จะมีการเปิดเผยชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกมาหลายร้อยคน แต่รายชื่อจำนวนหนึ่งยังถูกปกปิดไว้ เพราะผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าการเปิดเผยชื่อของพวกเขาเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม นาย จอช ชาปิโร อัยการรัฐเพนซิลเวเนีย กำลังหาทางเปิดเผยชื่อดังกล่าว “เจ้าหน้าที่ของคริสตจักรมักจงใจเรียกการล่วงละเมิดดังกล่าวว่าเป็นการละเล่นอย่าง ขี่ม้า และ มวยปล้ำ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ที่จริงมันไม่ใช่ มันเป็นการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งรวมถึงการข่มขืน” นายชาปิโรกล่าว
...
รายงานยังวิพากษ์วิจารณ์ พระคาร์ดินัล โดนัลด์ เวิร์ล อาร์คบิชอปแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นอดีตสังฆนายกของสังฆมณฑลพิตส์เบิร์ก ในเรื่องการปกปิดการล่วงละเมิดทางเพศ แต่พระคาร์ดินัล โดนัลด์ เวิร์ล ออกแถลงการณ์แก้ตัวให้ตัวเองตั้งแต่ก่อนจะมีการเปิดเผยรายงานของคณะลูกขุนใหญ่ โดยยืนยันว่า พระองค์ปฏิบัติกิจด้วยความขยัน และด้วยความเป็นห่วงผู้ถูกล่วงละเมิด และเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดในอนาคต