ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รอดได้ยังไง!? ย้อนดู 9 ปฏิบัติการสร้างปาฏิหาริย์ตะลึงโลก

    ไทยรัฐออนไลน์20 ก.ค. 2561 05:30 น.
    SHARE

    เหตุการณ์ 13 สมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ติดถ้ำหลวง ในจ.เชียงราย ทางเหนือของประเทศไทยนานกว่า 17 วัน ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจกันของนานาชาติ ซึ่งทำให้ปฏิบัติการช่วยเหลือที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้นี้ ประสบความสำเร็จ

    วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาท่านผู้อ่านไปย้อนดู 9 ปฏิบัติการกู้ภัยหรือช่วยชีวิตที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ปาฏิหาริย์ สามารถเกิดขึ้นได้ ตราบใดที่เรายังคงไม่ลดละความพยายาม

    เครื่องบินเช่าเหมาลำของกองทัพอุรุกวัยที่ใช้ขนนักรักบี้และครอบครัว ก่อนประสบอุบัติเหตุ

    1. เครื่องบินทีมรักบี้อุรุกวัยตกบนเขาแอนดีส

    เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2515 เครื่องบินเช่าเหมาลำของกองทัพอุรุกวัยที่บรรทุกสมาชิกนักรักบี้ทีมชาติ รวมทั้งเพื่อนๆ และสมาชิกครอบครัวของพวกเขา ตกลงบนเทือกเขาแอนดีสฝั่งประเทศอาร์เจนตินา ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทันที 12 ราย จากทั้งหมด 45 คน ก่อนจะเสียชีวิตอีกราวครึ่งหนึ่งในอีกหลายวันต่อมา

    จากนั้นในวันที่ 29 ต.ค. เกิดหิมะถล่มใส่ที่หลบภัยของผู้ประสบภัยกลุ่มนี้ คร่าชีวิตคนไปอีก 8 ราย ในขณะที่เสบียงอาหารก็หมดลง ทำให้ผู้เหลือรอดต้องตัดสินใจกินซากศพของเพื่อนร่วมทีมและคนรู้จักที่จากไปแล้ว เพื่อประทังชีวิต

    ในที่สุดผู้โดยสาร 2 คน คือ นานโด ปาร์ราโด กับ โรแบร์โต กาเนสซา ตัดสินใจเสี่ยงตายเดินทางข้ามภูเขาเพื่อขอความช่วยเหลือที่ประเทศชิลี และความกล้าหาญกับความมุ่งมั่นของทั้ง 2 คนก็ประสบความสำเร็จในอีก 12 วันต่อมา เจ้าหน้าที่ชิลีส่งทีมกู้ภัยมาช่วยผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียง 14 คนออกจากนรกบนภูเขาได้สำเร็จ หลังจากเวลาผ่านไปทั้งหมด 72 วันนับตั้งแต่เครื่องบินตก

    เรื่องราวของเหตุการณ์นี้ถูกนำไปถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ในปี 2536 โดยใช้ชื่อเรื่องว่า ‘Alive’ (ชื่อไทย: ปาฏิหาริย์สุดขั้วโลก)

    ทีมกู้ภัยใช้แคปซูลช่วยคนงานที่ติดอยู่ใต้เหมืองชิลีกลับขึ้นมา

    2. อุบัติเหตุที่เหมืองชิลี 33 ชีวิตติดใต้โลก

    วันที่ 13 ต.ค. 2553 ประชากรกว่าพันล้านคนทั่วโลกต่างเปิดโทรทัศน์ชมการช่วยชีวิตคนงานเหมืองชาวชิลีคนสุดท้ายจากทั้งหมด 33 คนออกจากใต้ดินได้สำเร็จ หลังพวกเขาติดอยู่ในนั้นนานถึง 69 วัน

    หายนะครั้งนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 5 ส.ค. 2553 ช่วงพักทานอาหารกลางวันที่เหมืองแร่แห่งหนึ่งในทะเลทราย อาตากามา คนงานที่กำลังทำงานอยู่ใต้ดินเพื่อขุดหาทองแดง, ทองคำ และแร่มีค่าอื่นๆ เริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ก่อนจะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนหินน้ำหนักกว่า 770,000 ตัน หรือราว 2 เท่าของตึกเอมไพร์ สเตต ถล่มลงมาปิดทางเข้าออกของเมืองแห่งนี้ทั้งหมด

    เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ทางการชิลีสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกปฏิบัติการค้นหาทันที โดยทีมกู้ภัยใช้วิธีขุดรูค้นหาจนกระทั่งในวันที่ 17 หลังเกิดเหตุ มีกระดาษแผ่นหนึ่งติดขึ้นมากับสว่าน โดยมีตัวหนังสือเขียนว่า “เราสบายดีในที่หลบภัย เรามีกัน 33 คน”

    ในวันที่ 13 ต.ค. คนงานเหมืองทั้ง 33 คนก็ได้รับความช่วยเหลือกลับสู่พื้นโลก โดยเจ้าหน้าที่ใช้แคปซูลหลบหนีค่อยๆ หย่อนลงไปในอุโมงค์ขุดใหม่ และรับคนงานเหมืองขึ้นมาทีละคนอย่างช้าๆ อนึ่ง เหตุการณ์นี้ก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เช่นกัน ในชื่อ ‘The 33’ (ชื่อไทย: 33 ใต้นรก 200 ชั้น) ฉายเมื่อปี 2558

    นักบินอวกาศยานอพอลโล 13 กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย

    3. พา 3 นักบินฯ อพอลโล 13 กลับโลก

    ยานอวกาศ อพอลโล 13 เป็นโครงการนำยานลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งที่ 3 ของนาซา แต่ภารกิจนี้กลับกลายเป็นการต่อสู้เพื่อช่วยชีวิตนักบินอวกาศทั้ง 3 คนบนยานทันที หลังแท็งก์ออกซิเจนบนยานระเบิดในวันที่ 13 เม.ย. 2513 จนระบบไฟฟ้าใช้การไม่ได้

    เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมภารกิจอพอลโล 13 ในเมืองฮูสตันเริ่มต้นปฏิบัติการช่วยเหลือยานลำนี้ทันที โดยทั้งนำทางและสังเกตการณ์ยานอวกาศลำนี้ตลอด 3 วันจนกระทั่งวิศวกรบนโลกสามารถคิดขั้นตอนที่ทำให้นักบินอวกาศบนยานสามารถเดินเครื่องโมดูลสั่งการที่เสียหายหนักได้อีกครั้ง และพาพวกเขากลับสู่โลกได้อย่างปาฏิหาริย์ โมดูลสั่งการลงจอดมหาสมุทรแปซิฟิกในวันที่ 17 เม.ย.

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ติดตามชมตามเวลาจริงจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก และในปี 2538 เรื่องราวของอพอลโล 13 ก็ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านแผ่นฟิล์มในชื่อ ‘Apollo 13’ (ชื่อไทย: อพอลโล 13 ฝ่าวิกฤติอวกาศ)

    เครื่องบินโดยสารลงจอดบนแม่น้ำฮัดสัน

    4. ปาฏิหาริย์บนแม่น้ำฮัดสัน

    ปาฏิหาริย์บนแม่น้ำฮัดสัน เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางการบินที่โด่งดังที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา เกิดขึ้นในวันที่ 15 ม.ค. 2552 เมื่อเครื่องบินโดยสารของ ยูเอส แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ 1549 ซึ่งเพิ่งออกเดินทางจากสนามบิน ลา การ์เดีย ชนเข้ากับฝูงห่าน จนเครื่องยนต์ดับทั้ง 2 เครื่อง ทำให้กัปตัน เชสลีย์ ซัลเลนเบอร์เกอร์ ที่ 3 ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน...กลางแม่น้ำฮัดสัน

    ไม่กี่นาทีต่อมากัปตันซัลเลนเบอร์เกอร์ก็ควบคุมเครื่องบินผ่านเหนือสะพาน จอร์จ วอชิงตัน ลงสู่พื้นผิวเย็นจัดของแม่น้ำฮัดสันได้สำเร็จ ขณะที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็ให้ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพ ทยอยออกจากเครื่องบินผ่านประตูฉุกเฉินไปอยู่บนปีกเครื่องบินทั้งสองข้าง ก่อนที่เรือต่างๆ ทั้งเรือข้ามฟาก, เรือชมวิว รวมทั้งเรือกู้ภัยจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

    เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต มีเพียงผู้โดยสารคนหนึ่งที่ขาหักทั้ง 2 ข้าง นอกนั้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหรือมีอาการอุณหภูมิร่างกายต่ำเท่านั้น จนถูกเรียกว่าเป็น ปาฏิหาริย์บนแม่น้ำฮัดสัน และเพิ่งถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ’Sully’ ในปี 2559

    เรือดำน้ำ 'พริซ' ของรัสเซีย

    5. วิกฤติเรือดำน้ำที่คาบสมุทรคัมชัตกา

    เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2548 ‘พริซ’ เรือดำน้ำขนาดเล็กสัญชาติรัสเซียกำลังล่องอยู่ที่ความลึก 190 เมตรใต้คาบสมุทรคัมชัตกา ทางตะวันออกของประเทศ ก่อนที่เรือจะเข้าไปพัวพันกับขยะใต้น้ำจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ ลูกเรือ 7 คนได้แต่รอความตายเนื่องจากอากาศกำลังจะหมดลงหลังเวลาผ่านไป 3 วัน

    เหตุการณ์นี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เรือดำน้ำ ‘เคิร์สค์’ ของรัสเซียที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านั้นจนลูกเรือ 118 คนเสียชีวิตทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทางการสหราชอาณาจักรได้ส่งทีมกู้ภัยพร้อมหุ่นยนต์ปฏิบัติการใต้ทะเลมาช่วยเหลือ และสามารถตัดแยก พริซ ออกจากกองขยะได้สำเร็จ

    หลังวิกฤติผ่านพ้นไป ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้มอบเหรียญรางวัลให้กับทีมกู้ภัยของอังกฤษเพื่อแสดงความขอบคุณ รัฐบาลรัสเซียยังประกาศจะซื้อหุ่นยนต์ปฏิบัติการใต้น้ำที่ถูกใช้ในการช่วยเหลือครั้งนี้จำนวนหลายตัวด้วย

    กุ๊กหนุ่มติดในเรือจมก้นทะเล

    6. ติดในช่องอากาศในซากเรืออับปางใต้น้ำ 30 เมตร

    นี่เป็นเรื่องราวของกุ๊กหนุ่มที่ชื่อว่า แฮร์ริสัน โอเคเน ผู้โดยสารเรือโยง ‘แจสคอน 4’ ก่อนที่เรือลำนี้จะพลิกคว่ำและจมลงใต้ทะเลลึก 30 เมตร ขณะพยายามตรึงเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลห่างจากชายฝั่งประเทศไนจีเรียราว 32 กิโลเมตรท่ามกลางคลื่นลมแรง

    นายแฮร์ริสันซึ่งตอนนั้นกำลังอยู่ในห้องส้วมเล่าว่า “ผมได้ยินเสียงผู้คนตะโกน ผมรู้สึกว่าเรือกำลังจมลงๆ ผมได้ยินเสียงคนพูดว่า ‘เรือลำนี้กำลังจมหรือไง?’ ... ผมอยู่ในห้องส้วม แล้วส้วมก็หล่นใส่หัวผม สิ่งของต่างๆ เริ่มหล่นใส่หัวผม เพื่อนร่วมงานของผมตะโกนอ้อนวอนให้พระเจ้าช่วยเขา แล้วจากนั้นสักพัก ผมก็ไม่ได้ยินเสียงพวกเขาอีกเลย”

    “ผมอยู่ที่นั่น ในน้ำท่ามกลางความมืด คิดแค่ว่านี่แหละคือจุดจบ ผมคิดตลอดว่าน้ำจะเติมเข้ามาจนเต็มห้อง แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น” แฮร์ริสันกล่าว และว่าเขาได้ยินเสียงปลากัดกินศพเพื่อนร่วมงานของเขาด้วย อย่างไรก็ตาม 3 วันต่อมา กุ๊กหนุ่มก็ได้ยินเสียงเคาะบนตัวเรือ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อนักดำน้ำฉายไฟผ่านน้ำเข้ามา แต่คงไม่ช็อกเท่ากับนักดำน้ำคนนี้ที่อยู่ๆ ก็มีมือ (ของแฮร์ริสัน) มาสัมผัสบนไหล่ของเขา

    แฮร์ริสันเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากลูกเรือทั้งหมด 12 คนที่อยู่บน แจสคอน 4 โดยเขาติดอยู่ใต้น้ำนานราว 60 ชั่วโมง และต้องใช้เวลาในห้องปรับความดันอีก 60 ชั่วโมง ก่อนที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แม้ว่าเขาจะยังคงฝันร้ายถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นอยู่ก็ตาม

    ทีมกู้ภัยช่วยทารกน้อย

    7. ทารกตกบ่อน้ำแคบลึก 7 เมตร

    เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2530 หนูน้อย เจสสิกา แมคเคลอร์ วัยเพียง 18 เดือน พลัดตกลงไปในบ่อน้ำในสวนหลังบ้านป้าของเธอ ที่เมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส แต่การช่วยเหลือเธอขึ้นมานั้นซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะบ่อน้ำนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 23 เซนติเมตร และเด็กคนนี้ไปติดคาอยู่ในบ่อที่ความลึก 7 เมตร

    ตำรวจและหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นใช้วิธีขุดรูใหม่ข้างบ่อน้ำที่เกิดเหตุ ก่อนจะเข้าไปในบ่อจากด้านข้าง โดยเชื่อว่าจะช่วยหนูน้อยเจสสิกาออกมาได้ภายในไม่กี่นาที แต่กำแพงหินของบ่อน้ำแข็งเกินคาด พวกเขาใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงจึงสามารถขุดรูใหม่ได้สำเร็จแต่การเจาะอุโมงค์เชื่อมทั้ง 2 บ่อจะต้องใช้เวลามากกว่านั้นอีก อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ยินเสียงเจสสิการ้องเพลงวินนี เดอะ พูห์ ดังลอดออกมา เป็นสิ่งยืนยันว่า เธอยังมีชีวิตอยู่

    หลังจากเวลาผ่านไป 45 ชั่วโมงนับตั้งแต่เจสสิกาตกลงไปในบ่อ อุโมงค์เชื่อมบ่อก็พร้อมใช้งาน โดยพวกเขาใช้เครื่องตัดพลังงานน้ำแรงดันสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ในสมัยนั้นมาช่วยตัดหิน และ 13 ชั่วโมงให้หลัง เจ้าหน้าที่ก็พาเจสสิกาออกจากบ่อน้ำได้สำเร็จ แต่เธอต้องถูกตัดนิ้วโป้งเท้า 1 นิ้วเพราะเลือดไม่ไหลเวียน และรับการผ่าตัดอีก 15 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เธอเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีความทรงจำของเหตุการณ์นี้อยู่เลย

    ทีมกู้ภัยจีนช่วยคนงานออกจากเหมืองชานตง

    8. หายนะที่เหมืองชานตง

    เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นในวันคริสต์มาสปี 2558 เมื่อเหมืองยิปซัมในมณฑลชานตง ทางตะวันออกของประเทศจีนพังถล่มลงมา ทำให้คนงานเหมืองหายตัวไป 17 คน อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกับคนงานเหมือง 4 คนที่ติดอยู่ใต้ดินได้สำเร็จ จึงทำการส่งเสบียงอาหารและยา รวมถึงคบไฟลงไปให้พวกเขา และพยายามขุดรูเพื่อพาพวกเขากลับขึ้นมา

    แต่การขุดรูลึก 200 เมตรเพื่อลงไปให้ถึงตัวทั้ง 4 คนนั้นต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งหินที่ถล่มลงมาและโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง ทำให้การช่วยเหลือต้องใช้เวลาถึง 36 วันด้วยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเหมือง, กองทัพ, ตำรวจ และหน่วยดับเพลิงหลายร้อยคน จึงพาคนกลุ่มนี้กลับขึ้นมาได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ยังนับเป็นปฏิบัติการกู้ภัยที่ใช้เวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีนอีกด้วย

    เฮลิคอปเตอร์ ซุปเปอร์ พูมา กำลังซ้อมกู้ภัยนอกชายฝั่งฮ่องกง

    9. ฝ่าพายุช่วยเรืออับปาง

    การกู้ภัยสุดอันตรายครั้งนี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 16 ก.ย. 2557 หลังจากเรือขนสินค้าของจีนชื่อ ‘เฮา จุน’ ความยาว 96 เมตร สูญเสียพลังงานหลังถูกคลื่นสูง 10 เมตรซัดเข้าใส่ขณะอยู่ในน่านน้ำห่างจากเขตมาเก๊าราว 20 กิโลเมตร กัปตันเรือจึงสั่งให้ลูกเรือทั้ง 13 คนสละเรือ เพราะมีความเสี่ยงที่จะจม ในเวลาเดียวกับที่ฮ่องกงประกาศเตือนภัยพายุระดับ 8 เนื่องจากไต้ฝุ่นคัลแมกี เคลื่อนตัวเข้าหามณฑลกวางตุ้งและเกาะไห่หนาน ทำให้เกิดลมกระโชกความเร็วถึง 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    ต่อมาสำนักงานกู้ภัยฮ่องกงส่งเฮลิคอปเตอร์ ‘ซุปเปอร์ พูมา’ ไปช่วยเหลือลูกเรือของ เฮา จุน หลังได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ของมณฑลกวางตุ้ง เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ต้องฝ่ากระแสลมรุนแรงกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และดึงลูกเรือเฮา จุน ทั้ง 14 คนขึ้นจากเรือท่ามกลางคลื่นสูงนับ 10 เมตรที่คอยซัดเข้าใส่เรือ ถือเป็นเรื่องที่ยากและอันตรายมาก แต่พวกเขาก็ทำสำเร็จโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง และมีผู้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงรายเดียวเท่านั้น

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รอดตายปาฏิหาริย์กู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์รอดตาย

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้