king10
Thairath Logo
กีฬา

เกาหลีใต้สมัยเผด็จการ (1)

Share :
line-share-logo

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ เกาหลีใต้สร้างความภูมิใจและความหวังให้กับแฟนบอลชาวเอเชียที่เอาชนะอดีตแชมป์โลกอย่างทีมเยอรมนีได้ หลังจากเกาหลีใต้ชนะก็มีดราม่าเรื่องการเมืองเกาหลีในโซเชียลมีเดียจำนวนไม่น้อย วิจารณ์กันถูกบ้าง ผิดบ้าง เปิดฟ้าส่องโลกขอนำการเมืองเกาหลีใต้ตั้งแต่สมัยเริ่มตั้งประเทศมารับใช้กันดีกว่าครับ

เกาหลีเคยตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น และได้ตั้งรัฐบาลครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2491 การเมืองเกาหลีใต้ช่วงนั้นแย่กว่าไทยเยอะ ประธานาธิบดีคนแรกคือ อี ซึง มัน เป็นรัฐบาลเผด็จการพลเรือนอยู่นานถึง 12 ปี แกใช้กลวิธีเยอะแยะเพื่อรักษาอำนาจของตนเองไว้ เรียกว่าเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองอย่างฉ้อฉล ใครได้ ส.ส.ในสมัชชาแห่งชาติมาก ส.ส.ก็ยกมือเลือกเป็นประธานาธิบดี อี ซึง มัน ได้ ส.ส.น้อย จึงไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนโดยตรง

แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วตัวเองก็ชนะเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศได้เป็นประธานาธิบดี แต่รัฐธรรมนูญก็ยังกำหนดว่าเป็นได้แค่ 2 วาระ อี ซึง มัน จึงแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลิกการกำหนดวาระผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้แกเป็นผู้นำต่อได้ในสมัยที่ 3 โดยในช่วงนั้นยังมีสงครามเกาหลี อี ซึง มัน ก็อ้างความไม่สงบ สร้างเรื่องว่าเกาหลีเหนือจะยึดกรุงโซล ทั้งที่จีน เกาหลีเหนือ และสหรัฐฯ พยายามหยุดสงครามด้วยการลงนามในความตกลงสงบศึกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2496 แต่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กลับกระเหี้ยนกระหือรือที่จะทำสงครามต่อ โดยบอกกับประชาชนว่า ตนเองต้องการจะโค่นระบอบคอมมิวนิสต์และรวมเกาหลีเหนือ–ใต้

ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้จับเกาหลีเหนือเป็นตัวประกัน กระดิกพลิกตัวอะไรก็อ้างสงครามกับเกาหลีเหนือ จนประชาชนเริ่มไม่พอใจการบริหารของรัฐบาล นักศึกษาและปัญญาชนเริ่มรู้ไต๋ ประธานาธิบดีอี ซึง มัน แกจึงสร้างสถานการณ์ว่าคอมมิวนิสต์ก่อความวุ่นวายที่ยอซูและชุนซอนในจังหวัดซอลลาใต้ จากนั้นก็ให้สมัชชาแห่งชาติผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเป็นเครื่องมือกำจัดคนที่เห็นต่างจากรัฐบาล เป็นเครื่องมือที่ให้รัฐบาลกำจัดศัตรูทางการเมืองได้กว้างขวางและคลุมเครือ จำกัดเสรีภาพในการพูด การเสนอข่าวสาร การชุมนุม และการรวมกลุ่ม ช่วงนั้น มีคนถึงหมื่นถูกจับกุมโดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวดองหนองยุ่งกับคอมมิวนิสต์ แต่เป็นพวกตัวนำทางการเมือง ท้าทายอำนาจหรือขัดผลประโยชน์ของผู้นำ คนเหล่านี้โดนรัฐบาลจับกุมโดยอ้างว่าเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์

เมื่อประชาชนลุกฮือ ประธานาธิบดีก็ไปแก้ไขกฎหมายความมั่นคงเมื่อ พ.ศ.2501 เพื่อให้มีอัตราโทษจำคุกสูงขึ้น ให้พวก ส.ส. ผ่านกฎหมายที่เพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายรัฐบาลออกมาหลายฉบับ เป็นกฎหมายที่ยกเลิกการเลือกตั้งท้องถิ่น ทำให้มีตำแหน่งว่าง ฝ่ายรัฐบาลก็ถือโอกาสตั้งคนของตนเองเข้าไปดำรงตำแหน่งในท้องถิ่น เปรียบเหมือนกับการยกเลิกสมาชิกสภากรุงเทพฯ และแต่งตั้งคนของรัฐบาลไปเป็น ส.ก.แทน เรื่องอย่างนี้เกาหลีใต้ทำมาก่อนเมื่อ 60 ปีที่แล้ว

มีเครื่องมือ 2 อย่างที่เผด็จการชอบใช้คือ การแก้ไขหรือการสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ และการใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎหมายความมั่นคง เมื่อประชาชนรู้เช่นเห็นชาติก็ตั้งใจว่าจะไม่เลือกประธานาธิบดีอี ซึง มัน กลับเข้ามาอีก พวกรัฐบาลจึงต้องคิดเครื่องมือที่ 3 เอามาใช้เพื่อให้ตัวเองมีความชอบธรรมกลับมาอยู่ในอำนาจต่อไป ซึ่งก็คือการทุจริตการเลือกตั้ง

พรรคที่หนุนอี ซึง มัน เป็นประธานาธิบดีต่อในสมัยนั้นคือพรรคเสรี หรือ Liberal Party สมาชิกส่วนใหญ่เป็นพวกที่อยู่ในแวดวงราชการมาก่อน เป็นทหารตำรวจก็เยอะ คนเหล่านี้คิดเครื่องมือการข่มขู่ การให้สินบน การตั้งข้อหาโดยอาศัยกฎหมายด้านความมั่นคง เพื่อโยนใส่ผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ รัฐบาลของอี ซึง มัน จะต้องใช้เป็นข้ออ้างออกกฎหมายขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ปราบปรามนักการเมือง ประชาชน และองค์กรว่าสนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์

เรื่องเกาหลีใต้น่าสนใจมากครับ อ่านประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ทำให้เราหูตาสว่าง รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเผด็จการ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...
เกาหลีใต้การเมืองเผด็จการเปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยข่าวทั่วไป