ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ชี้โอกาสรอด13 ชีวิตติดถ้ำหลวง!ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ยังมีหวังเด็กปลอดภัย

    ไทยรัฐออนไลน์28 มิ.ย. 2561 19:38 น.
    SHARE

    ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต เด็กนักเรียน นักฟุตบอลเยาวชน ทีม ‘หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย’ อายุ 11-16 ปี 12 คน และโค้ชวัย 25 ปี 1 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เนื่องจากน้ำท่วมปากถ้ำ ทำให้ออกมาไม่ได้ ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นภารกิจที่ทางการไทยระดมสรรพกำลังทุกด้านทั้ง เจ้าหน้าที่ ทหาร ทีมกู้ภัย อาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยค้นหาอย่างสุดความสามารถ

    ท่ามกลางเวลาที่เดินไปข้างหน้า และฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่เป็นอุปสรรค ทีมค้นหา-กู้ภัยจากลาว ทหารสหรัฐฯ จากกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก 30 นาย พร้อมอุปกรณ์ ตลอดจนทีมนักประดาน้ำจากอังกฤษ 3 คน ได้เข้ามาร่วมกับทางการไทยในการค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ด้วยความหวังพาเด็กๆ และโค้ชกลับบ้านให้เร็วที่สุด

    บีบีซี สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ และซีเอ็นเอ็นในสหรัฐฯ เป็นสื่อต่างประเทศที่ร่วมเกาะติดภารกิจค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง...รายงานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญการเดินถ้ำถึงโอกาส ความเป็นไปได้ที่เด็กๅและโค้ชมีโอกาสรอดชีวิต

    *อะไรทำให้ 13 ชีวิตมีโอกาสรอด?

    บรรดาผู้เชี่ยวชาญในการสำรวจถ้ำ กล่าวกับบีบีซีว่า ตราบเท่าที่เด็กๆ และโค้ชอยู่ในโถงที่สูงกว่าระดับน้ำ...พวกเขาก็มีโอกาสรอดชีวิต เพราะอันตรายที่สุดสำหรับเด็กๆ ก็คือ สภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป หรือไม่ก็ร่างกายขาดออกซิเจน

    สำหรับอุณหภูมิภายในถ้ำหลวง คาดว่ามีอุณหภูมิอยู่ที่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่ยังอบอุ่นเพียงพอต่อร่างกาย หากเสื้อผ้าของเด็กๆ ไม่เปียก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอุณหภูมิในถ้ำไม่ใช่ปัญหา

    นอกจากนั้น จากการที่ถ้ำหลวงเป็นถ้ำหินปูน ทำให้ออกซิเจนสามารถผ่านเข้ามาในถ้ำจนเพียงพอ ถึงแม้เป็นที่ทราบกันว่า พื้นที่บางจุดของถ้ำมีอากาศเสีย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

    *ประสบการณ์ที่น่าหวาดกลัวที่สุด

    บีบีซี เผยว่า นายโจชัว มอร์ริส ซึ่งจัดทัวร์ถ้ำและปีนเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย ในขณะที่เขาได้ส่งสมาชิกในทีม 2 คนมาช่วยในปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง บอกกับนักข่าวบีบีซีว่า ยังมีความหวังที่เด็กๆ และโค้ชยังคงรอดชีวิต

    มอร์ริส กล่าวถึง ภาวะน้ำท่วมทางในถ้ำหลวง ซึ่งถือเป็นถ้ำที่ยาวที่สุดเป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย ว่า การที่เกิดน้ำท่วมในทางแคบๆ ภายในถ้ำ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เด็กๆ อาจหนีไปอยู่อีกด้านหนึ่งของถ้ำ ที่โถงถ้ำสูงกว่าและยังแห้ง ไม่ถูกน้ำท่วม

    ‘การติดอยู่ภายในถ้ำเช่นนี้ บางทีอาจเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าหวาดกลัวที่สุดของเด็กๆ เหล่านี้’ มอร์ริส กล่าวพร้อมอธิบายว่า ปกติแล้วทีมที่เข้าไปในถ้ำ จะมีไฟฉาย น้ำ และอาหารที่เพียงพอ ไม่เหมือนกับเด็กๆ นักบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่เตรียมอาหาร น้ำ สำหรับอยู่ในถ้ำเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

    *ถึงเจอ 13 ชีวิต แต่ปัญหาใหญ่ก็ยังรออยู่

    มอร์ริส กล่าวว่า ถึงแม้ทีมค้นหาจะเจอเด็กๆ และโค้ช ทั้ง 13 คน แต่ปัญหาที่รออยู่ก็คือ จะพาพวกเขาออกจากถ้ำได้อย่างไร? เนื่องจากฝนยังตกหนัก ซึ่งหมายถึงทางเดินออกจากถ้ำอาจจะถูกน้ำท่วมมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยมอร์ริส บอกว่า การดำน้ำในถ้ำ เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก เพราะกระแสน้ำไหลแรงและน้ำขุ่นเต็มไปด้วยโคลน จึงทำให้มองใต้น้ำไม่เห็น ซึ่งนั่นหมายถึง ถ้าเจอเด็กๆ และโค้ช ยังมีชีวิตอยู่ อาจจะมีการส่งอาหารเข้ามาเพื่อให้อยู่ในถ้ำนานขึ้น จนกว่าระดับน้ำในถ้ำจะลดลง

    *เร่งหาทางเข้าถ้ำทางอื่น ช่วยเด็กๆ-โค้ช

    ซีเอ็นเอ็น รายงานจากการเปิดเผยของ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถานากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ระดับน้ำในถ้ำท่วมสูง จึงทำให้ทีมค้นหากำลังมองหาทางเข้าถ้ำทางอื่น เพื่อช่วยค้นหาเด็กๆ และโค้ชทั้ง 13 ชีวิต รวมถึงการเจาะผนังถ้ำเพื่อระบายน้ำออกมา

    *ฝนตกมากผิดปกติ ถึงแม้เป็นฤดูฝน

    ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวด้วยว่า ฝนที่ตกลงมาในขณะนี้ นับว่าเป็นปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ผิดไปจากปกติอย่างมาก ถึงแม้ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝนในประเทศไทยก็ตาม เพราะมีฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 5 ชั่วโมง ตั้งแต่คืนวันพุธที่ 27-เช้าวันพฤหัสฯที่ 28 มิ.ย. จนทำให้ระดับน้ำในถ้ำสูงขึ้นอีก โดยนายณรงค์ศักดิ์กล่าวเมื่อวันพฤหัสฯที่ 28 มิ.ย.ว่า ขณะนี้ทีมค้นหาที่ทำงานอยู่ในถ้ำ ต้องถอนกำลังออกมาอยู่บริเวณปากทางเข้าถ้ำ เนื่องจากพวกเราไม่สามารถสู้กับปริมาณน้ำมหาศาลได้

    ขณะที่ ฮาเลย์ บริงค์ ผู้สื่อข่าวด้านอุตุนิยมวิทยาของซีเอ็นเอ็น ยังรายงานพยากรณ์สภาพอากาศทางภาคเหนือของไทยว่า จะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงหลายวันข้างหน้า

    *ครอบครัวรอฟังข่าวด้วยความใจจดใจจ่อ

    บรรดาญาติพ่อแม่พี่น้องของเด็กๆ และโค้ช ได้พากันมาเฝ้ารอติดตามการค้นหาบุตรหลานของพวกตนที่ติดอยู่ในถ้ำ ด้วยใจจดจ่อ ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยพ่อแม่ของเด็กได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้ลูกๆ ของพวกเขารอดชีวิต ขณะที่ พ่อของหนึ่งในเด็กที่ติดอยู่ในถ้ำ กล่าวด้วยความหวังว่า ตนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะนำเด็กๆ กลับบ้านได้อย่างแน่นอน และมั่นใจว่าลูกชายของตนจะต้องกลับมา เพราะมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากกำลังค้นหาและให้ความช่วยเหลืออยู่ที่นี่....

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง 

     

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ถ้ำหลวง13 ชีวิตติดถ้ำหลวงค้นหา13ชีวิตถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo