9-10 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายวลาดิมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน ไปประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ที่เมืองชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปไวนะครับ ถึง พ.ศ.2561 ผู้นำขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ประชุมกันเป็นครั้งที่ 18 แล้ว8 มิถุนายน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมอบ Friendship Medal เหรียญแห่งมิตรภาพของสาธารณรัฐประชาชนจีนแด่ปูติน ที่มหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง มีบางประโยคที่นายสีพูดถึงปูตินที่น่าสนใจ ผมขอนำมารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพบางตอนดังนี้ครับ“ค.ศ.2000 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีปูตินมาเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีนมากถึง 19 ครั้ง ทั้งการเยือนอย่างเป็นทางการและการเข้าร่วมประชุมระดับสากลต่างๆ ท่านเยือนจีนเป็นจำนวนสูงสุดในบรรดาผู้นำทั้งหลายในโลกนี้”“ท่านคือผู้นำประเทศที่มีชื่อเสียงที่สุดและได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดในหมู่ประชาชนคนจีน ท่านเป็นทั้งเพื่อนสนิทและเป็นผู้ที่ข้าพเจ้าไว้วางใจ เหรียญแห่งมิตรภาพ คือเกียรติอันสูงสุดของจีนที่มอบให้กับคนต่างชาติ เหรียญนี้แสดงถึงความเคารพอย่างที่สุดที่ชาวจีนมีต่อท่าน และเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันมั่นคงสนิทระหว่างเราสองประเทศที่ยิ่งใหญ่”ผมอ่านในโซเชียลมีเดีย หลายท่านเขียนว่า นายสีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่นายปูติน ไม่ใช่ครับ สมัยก่อนจีนอาจจะมีเครื่องราช เช่น เครื่องราชอิสริยาภรณ์ The Order of Double Dragon หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์มังกรคู่ ที่สร้างเมื่อ พ.ศ.2424แต่สมัยนี้จีนมีเหรียญที่นายสีมอบให้นายปูตินในครั้งนี้เป็น Medal หรือเป็นเหรียญที่มีความสำคัญสูงสุด ถ้าเป็นที่เมืองไทยของเรา ก็คงจะเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาเมื่อ พ.ศ.2505 เพื่อพระราชทานแก่ประมุขของรัฐต่างประเทศที่มีชื่อว่า The Most Auspicious Order of the Rajamitrabhorn เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์จีนไม่เคยให้เหรียญนี้แก่ใครมาก่อน ให้นายปูตินเป็นคนแรก ผู้นำต่างประเทศที่อยู่ในข่ายที่จะได้เหรียญนี้จะต้องเป็นมิตรต่างชาติผู้มีคุณูปการต่อการผลักดันการพัฒนาสังคมนิยมของจีนให้ทันสมัย ต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างจีนกับประชาคมโลกสหรัฐฯ และตะวันตกตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต เมื่อ 4 เมษายน พ.ศ.2492 เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลของสหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียตและพวกก็ตั้งองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ ที่เราเรียกกันอย่างย่อว่า วอร์ซอแพกท์ เมื่อ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2498 เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และตะวันตก แต่สหภาพ โซเวียตล่มสลายไปเมื่อ พ.ศ.2534 องค์กรความร่วมมือทางการทหารของสหภาพโซเวียตและพวกก็จึงพลอยล่มไปด้วยพ.ศ.2535 เป็นต้นมา สหรัฐฯรุกจีนและรัสเซียหนักมาก สหรัฐฯ กดจีนทางเศรษฐกิจจนคนทั้งโลกมองจีนเป็นประเทศยากจน ทั้งจีนและรัสเซียเองต่างรู้ว่าถ้าขืนอยู่โดดเดี่ยว จะโดนสหรัฐฯและตะวันตกยำจนแตกเป็นเสี่ยงแน่นอน ทั้งสองประเทศจึงหันมาคบกันสนิทคนรุ่นหลังอย่างพวกเราต้องขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียใน พ.ศ.2535 คือ นายอันเดรย์ โคซึยเรฟ ท่านโคซึยเรฟมีจดหมายถึงนายเฉียนฉีเฉิน รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มีข้อความว่า ตอนนี้สหภาพ โซเวียตแตกเป็น 15 ประเทศ โดยมีรัสเซียเป็นผู้สืบสิทธิ์ รัสเซียอยากจะคบกับจีนในระดับเดียวกันกับที่สหภาพโซเวียตคบกับจีนในอดีตพ.ศ.2535 เป็นช่วงที่นายเติ้งเสี่ยวผิงลงจากเวที และนายเจียงเจ๋อหมินขึ้นมาเป็นผู้นำสาธารณรัฐประชาชนจีนแทน เพราะกลัวสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าโลกเดี่ยวอยู่ในขณะนั้น ทั้งรัสเซียและจีนจึงคบค้าสมาคมกันสนิท ตามมหาวิทยาลัยของรัสเซียเต็มไปด้วยนิสิตจีน ในมหาวิทยาลัยจีน ก็เต็มไปด้วยนิสิตรัสเซีย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในทุกระดับดูใจกันในระดับรัฐมนตรีอยู่พักหนึ่ง ผู้นำของทั้งสองประเทศก็เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกันขั้นลึก นายเจียงจึงตัดสินใจไปเยือนกรุงมอสโก เมื่อ พ.ศ.2537 และนายบอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีรัสเซียไปเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อ พ.ศ.2539นี่คือจุดเริ่มต้นที่รัสเซียและจีนชุมนุมสุมหัวสู้สหรัฐฯ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com