ส.ว.สหรัฐฯ ลงมติรับรองให้ จีนา แฮสเพล ผู้เคยคุมคุกลับทรมานนักโทษในไทย เป็นผู้อำนวยการซีไอเอหญิงคนแรกของประเทศแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 เสียง รับรองให้น.ส. จีนา แฮสเพล นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) หลังจากเหล่าส.ว.ถกเถียงกันเรื่องคุณสมบัติของเธอ ซึ่งเคยเป็นผู้ควบคุมคุกลับในประเทศไทยช่วงหลังเหตุวินาศกรรมเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อ 11 ก.ย. 2544 และใช้วิธีทรมานต่างๆ รวมทั้ง ในการสอบสวนนักโทษ

นาย จอห์น แมคเคน ส.ว.รีพับลิกัน ซึ่งเคยถูกทรมาณระหว่างถูกคุมขังในคุกเวียดนามเป็นเวลา 5 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่ต่อต้านการแต่งตั้งน.ส.แฮสเพล ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ ไม่ให้รับตำแหน่งผอ.ซีไอเอ เช่นเดียวกับส.ว.รีพับลิกันอีก 2 คน อย่างไรก็ตาม ในการโหวตเมื่อวันพฤหัสบดี มีส.ว.เดโมแครต 6 คนข้ามเส้นไปโหวตสนับสนุนน.ส.แฮสเพล

จอห์น แมคเคน ส.ว.พรรครีพับลิกัน ต้นสังกัดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
จอห์น แมคเคน ส.ว.พรรครีพับลิกัน ต้นสังกัดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

...

ทั้งนี้ น.ส.แฮสเพลวัย 61 ปี ผู้ทำงานให้กับ CIA มานานถึง 33 ปี ในใช้เวลาเกือบทั้งหมดในอาชีพของเธอปฏิบัติภารกิจลับ โดยในปี 2545 เธอได้รับเลือกเป็นผู้บริหาร คุกลับสำดำ หรือ ‘black site’ ในประเทศไทย ที่ใช้วิธีรุนแรงซึ่งรายงานของส.ว.สหรัฐฯ คนหนึ่งในปี 2557 ระบุว่าเป็นการทรมาน ในการสอบสวนนักโทษ

ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งคือนาย อับด์ อัล-ราฮิม อัล-นาชีรี ถูกนำตัวมาที่คุกลับแห่งนี้ในยุคการบริหารของน.ส.แฮสเพล และถูกสอบสวนด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการไม่ให้นอนหลับ, จับแก้ผ้า, ให้อยู่ในที่ที่อุณหภูมิร้อนหรือเย็นสุดขีด, ถูกจับให้อยู่ในกล่องเล็กๆ และถูกจับกระแทกกับกำแพงอย่างต่อเนื่องด้วย นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่าคุกแห่งนี้ใช้วิธีทรมานนักโทษที่เรียกว่า วอเทอร์บอร์ดดิ้ง (การเทน้ำปริมาณมากลงบนใบหน้าของผู้ถูกสอบสวนเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนจมน้ำ) ด้วย

3 ปีต่อมา น.ส.แอสเพลสั่งให้มีการทำลายเทปวิดีโอ 92 ม้วนที่บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนนายอัล-นาชีรี และนาย อาบู ซูเบย์ดาห์ เอาไว้ ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มอ้างว่า น.ส.แฮสเพล เดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อไปคุมการทรมานนักโทษในสหรัฐฯ ต่อ แต่ไม่แน่ชัดว่าเธอทำหน้าที่ใด เพราะ CIA เก็บเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นความลับ