บันทึกเสียงของหน่วยฉุกเฉินฝรั่งเศสแฉแหลก เจ้าหน้าที่ล้อเลียนคุณแม่วัยสาว หลังเธอโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ จนสุดท้ายเธอต้องเสียชีวิต ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศ...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางนาโอมิ มูเซนกา วัย 22 ปี โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เมืองสทราซบูร์ หลังเธอเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง แต่พนักงานที่รับโทรศัพท์กลับเพิกเฉยแถมล้อเลียนเธอ ทำให้มูเซนกาต้องโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลจากหน่วยงานฉุกเฉินอีกแห่ง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายเธอเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. 2560 แต่คดีได้รับการเปิดเผยออกมาหลังจากเทปบันทึกเสียงการสนทนาระหว่าง นางมูเซนกา กับเจ้าหน้าที่ของสทราซบูร์ ถูกส่งให้ครอบครัวของเธอ ซึ่งนำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ท้องถิ่น จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศ

ในเทปบันทึกเสียงความยาว 3 นาที ทำให้ได้ยินเสียงของนางมูเซนกา ซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแรงมาก พูดขอความช่วยเหลือ และพยายามอธิบายอาการเจ็บปวดของเธอกับเจ้าหน้าที่ “มันเจ็บปวดไปหมด” และ “ฉันกำลังจะตาย” อย่างไรก็ตาม โอเปอเรเตอร์หญิงกลับตอบด้วยถ้อยคำติดตลกว่า “คุณกำลังจะตาย แน่นอนเลย สักวันหนึ่งน่ะนะ เหมือนกับคนอื่นๆ ทุกคนนั่นแหละ” เธอยังหันไปพูดล้อเล่นกับเพื่อนร่วมงานด้วย

ตอนหนึ่งของเทปเสียง ยังได้ยินโอเปอเรเตอร์หญิงรายนี้พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญกับนางมูเซนกาด้วยว่า “ถ้าคุณไม่บอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันจะวางสายแล้วนะ!” จากนั้นพนักงานรายนี้ก็บอกให้นางมูเซนกาโทรศัพท์หาหมอ และให้เบอร์โทรศัพท์ของ ‘เอสโอเอส เมเดอซอง’ (SOS Médecins) สถานบริการการแพทย์ฉุกเฉินอีกแห่งด้วย แม้นางมูเซนกาจะพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นอะไร”

...

ในที่สุด นางมูเซนกา ก็โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจาก เอสโอเอส เมเดอซอง ซึ่งใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง รถพยาบาลจึงมารับเธอไปส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม เธอเกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตก จนถูกส่งเข้าห้องไอซียู และเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เพราะหัวใจวายจากอาการช็อก ซึ่งทำให้อวัยวะภายในล้มเหลวหลายอย่าง

บันทึกเสียงที่ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสทราซบูร์ออกแถลงการณ์ระบุว่า โอเปอเรเตอร์หญิงรายนี้ถูกพักงานแล้ว ขณะที่ นางแอกเนส บูซอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส ทวีตข้อความแสดงความไม่พอใจผ่านทวิตเตอร์ และเรียกร้องให้หน่วยงาน ‘อิแกส’ (IGAS) ของรัฐบาล ซึ่งดูแลในด้านสังคมและสาธารณสุข มาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย