ยุคสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลเหนือสื่อกระแสหลัก สิ่งที่มาพร้อมกับคลื่นข้อมูลข่าวสารก็คือข่าวกุข่าวปลอม (fake news) หรือแม้ตัวตนปลอมๆ (fake users) ปะปนกับชุมชนออนไลน์ตัวจริงเสียงจริง
พวกตัวตนปลอมนี่แหละกำลังสร้างปัญหากรณีมีคนนำไปหาประโยชน์แบบไร้จิตสำนึก
กรณีนี้เกิดกับเว็บไมโครบล็อก “ทวิตเตอร์” เมื่อพบว่ามีบัญชีผู้ใช้ (account) นิรนามเพิ่มมากจนน่าสงสัย
เจ้าของธุรกิจเทคโนโลยีชาวกัมพูชาคนหนึ่ง ตอนนี้ทำงานที่ซิลิคอน วัลเลย์ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ พบมีคนติดตาม (followers) ทวิตเตอร์รายใหม่ของเธอเพิ่มมากผิดสังเกตในรอบแค่ 1 เดือน
เมื่อตรวจสอบจึงพบเป็นกระบวนการจัดตั้งบัญชีเก๊ล้วนๆ โดยผู้ประกอบการนิรนาม ทั้งไม่มีภาพยืนยันตัวตนและแทบไม่มีการใช้งาน
บัญชีเก๊กลุ่มนี้ยังพบแปะติดตามทวิตเตอร์ คนดังๆในกัมพูชาอีกหลายคน ปรากฏการณ์เดียวกัน ยังเกิดกับทวิตเตอร์บัญชีคนดังใน ไทย เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน ฮ่องกง และ ศรีลังกา เช่นกัน
บัญชีทวิตเตอร์ปลอมส่วนใหญ่จัดตั้งเพื่อการโฆษณาทางธุรกิจหรือสินค้า (spam) แต่มีการใช้ทางการเมืองในเอเชียด้วย เช่น การจัดตั้งบัญชีเก๊หมู่ ทุ่มสนับสนุนจนนาย โรดริโก ดูเตร์เต ชนะเลือกตั้งผู้นำฟิลิปปินส์เมื่อปี 2559
และเมื่อ กัมพูชา มาเลเซีย ไทย และ อินโดนีเซีย กำลังจะมีเลือกตั้งใน 2 ปีข้างหน้า คำถามจึงมีว่ามีอะไรรับมือ
บริษัท ทวิตเตอร์ จำกัด แถลงแค่ว่า กำลังตรวจสอบและจะจัดการทุกบัญชีที่ละเมิดกฎทวิตเตอร์
ผู้เชี่ยวชาญหลายคน เลยเตือนการใช้บัญชี เก๊เป็นกลุ่มเป็นก๊วน หาประโยชน์ทางใดทางหนึ่งเช่นการเลือกตั้ง
“การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือพิมพ์เขียวให้ที่อื่นๆเลียนแบบ กรณีทวิตเตอร์ถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้กว่า 2,000 ล้านบัญชี แต่ยังไม่ชัด เพราะมีคนดังน่าเชื่อถือใช้อยู่เยอะ” เจนนิเฟอร์ กรีเกียล ผู้เชี่ยวชาญแห่งไซราคิวส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯกล่าว
...
การศึกษาอีกฉบับหนึ่ง พบด้วยว่า กลุ่มฟอลโลเวอร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯที่มี 51 ล้านบัญชีนั้น มีมากถึง 16 ล้านคน เป็นบัญชีปลอม
นับเป็นปัญหาในโลกโซเชียลที่กลายมาเป็นปัญหาจริงๆในชีวิตจริงๆ...ซึ่งก็ได้แต่เตือนกันไว้ก่อน.
เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์