ถึงจะไม่ใช่ “ไอรอนแมน” แต่เจ้าพ่อนวัตกรรมพลิกโลกอย่าง “อีลอน มัสก์” ก็กล้าประกาศจะพาคนนับล้านไปสร้างเมืองใหม่บนดาวอังคาร เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติจากการสูญพันธุ์ และสร้างโลกใหม่ที่มีแต่พลังงานบริสุทธิ์
“อีลอน มัสก์” เป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่ฝันเฟื่องไปไกลยิ่งกว่าใครๆ นอกจากเขาจะก่อตั้ง “สเปซเอ็กซ์” บริษัทขนส่งทางอวกาศของเอกชนที่ใหญ่ที่สุด มัสก์ยังลุยพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในนาม “เทสล่า” เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ และฝันสร้างโลกใหม่ให้เป็นเมืองพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้แนวคิด “โซลาร์ซิตี้”
กว่าจะมาถึงจุดนี้ ชีวิตจริงของมัสก์ไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบ แม้เขาจะเกิดในครอบครัวร่ำรวย พ่อเป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์และนักบิน ส่วนแม่เป็นนางแบบลูกครึ่งอเมริกันเชื้อสายแคนาเดียน แต่วัยเด็กของมัสก์กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด พ่อแม่หย่าร้างกันตั้งแต่มัสก์อายุ 9 ขวบ และเขามักถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียนเป็นประจำ หนักสุดคือตอนถูกโยนลงบันไดและรุมซ้อมจนหมดสติ ต้องหามส่งโรงพยาบาล
ความทรงจำวัยเด็กทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจมาตลอด ทำให้มัสก์กลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และมักจะขลุกอยู่แต่ในห้องสมุด กระนั้น ด้วยนิสัยที่ชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะหนังสือแนววิทยาศาสตร์ ศาสนา และปรัชญา ได้หล่อหลอมให้มัสก์กลายเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมที่มีไอเดียสุดเฟื่องไม่เหมือนใครเลย
หนังสือเล่มสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของ “อีลอน มัสก์” คือ “The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy” เป็นเรื่องราวการท่องอวกาศที่จุดประกายให้มัสก์มุ่งมั่นว่า การปกป้องมวลมนุษยชาติคือภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เหลือเชื่อจริงๆที่เด็กอายุ 14
จะคิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้
...
ช่วงวัยรุ่น มัสก์ต้องทำงานทุกอย่าง แม้แต่เป็นพนักงานทำความสะอาด เพื่อส่งตัวเองเรียน เนื่องจากไม่ลงรอยกับพ่อผู้เป็นเศรษฐี จึงหนีจากแอฟริกาใต้ไปอยู่กับแม่ที่แคนาดา กัดฟันเรียนจนจบปริญญาตรีด้านฟิสิกส์ และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ตอนอายุ 24 ปี มัสก์สมัครเข้าเรียนปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แต่เรียนได้ 2 วัน ก็ลาออก เพราะอยากทุ่มเทให้การสร้างโปรเจกต์ในฝัน
งานแรกๆของมัสก์ไม่ได้ยิ่งใหญ่นัก เขาร่วมกับน้องชายเขียนโปรแกรมและทำเว็บไซต์ให้บริการข้อมูลท่องเที่ยว ก่อนจะก่อตั้งธนาคารออนไลน์ ซึ่งพัฒนาไปสู่ระบบรับจ่ายเงินออนไลน์ต้นแบบของโลก Paypal
มัสก์ไม่เคยลืมความฝันที่อยากสำรวจอวกาศ และปกป้องมนุษยชาติมิให้สูญพันธุ์ เขาซุ่มศึกษาเรื่องการสร้างจรวดด้วยตัวเอง โดยพยายามขอซื้อจรวดขีปนาวุธที่ปลดประจำการแล้วจากรัสเซีย แต่ไม่สำเร็จ จึงเริ่มก่อตั้งโครงการสเปซเอ็กซ์ เมื่อปี 2002 เพื่อสร้างจรวดด้วยตัวเอง โดยใช้เงินทุนที่ได้จากการขาย Paypal ให้ ebay มาต่อยอดความฝัน
ระหว่างนั้นเขาก็พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเทสล่า เพื่อหาทุนสนับสนุนโครงการสเปซเอ็กซ์ มัสก์สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนมากขึ้น
เมื่อนาซาเซ็นสัญญาว่าจ้างระยะยาวให้สเปซเอ็กซ์เป็นผู้จัดส่งจรวดขนสัมภาระ ก้าวต่อไปของมัสก์คือการพัฒนาจรวดเดินทางท่องโลกแทนเครื่องบิน สร้างจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก และสร้าง Hyperloop ขนคนได้จำนวนมากในเวลารวดเร็ว
แต่ละความฝันของ “อีลอน มัสก์” ล้ำจินตนาการยิ่งกว่าหนังฮอลลีวูด จึงต้องใช้เงินทุนมหาศาล และเกือบทำให้เขาล้มละลายหลายครั้ง แต่เพราะมัสก์เป็นนักสู้ที่ไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้ง เขาจะลุกขึ้นยืนได้สง่างามกว่าเดิม และเรียกเสียงฮือฮาช็อกโลกดังกว่าเดิมเสมอ.
มิสแซฟไฟร์