มาร์ตี้ มาติเนซ ผู้โดยสารที่เฟซบุ๊กไลฟ์สดตอนเครื่องบินโบอิ้ง 737 พยายามลงจอดฉุกเฉิน หลังจากคิดว่าตัวเองอาจจะไม่รอดเลยซื้อไวไฟมาต่อเน็ตเพื่อจะไลฟ์บอกลาคนที่เขารัก...

มาร์ตี้ มาติเนซ ผู้โดยสารคนสำคัญที่ไลฟ์สดตอนอยู่ในเครื่องบินโบอิ้ง 737-700 เที่ยวบินที่ WN1380 ของสายการบินเซาท์เวสต์แอร์ไลน์ โดยที่ตัวเขานั่งอยู่หลังแถวที่หน้าต่างแตกไป 2 แถว กล่าวกับซีเอ็นเอ็นถึงเผยช่วงเวลาที่ระทึกที่สุดในชีวิตบนเครื่องบินว่า ตอนที่เครื่องยนต์ขัดข้อง ผู้คนบนเครื่องต่างกรีดร้อง ร่ำไห้ และบางคนพยายามกดโทรศัพท์ และส่งข้อความที่ไม่สามารถส่งไปได้

"30 นาทีแรกบนเที่ยวบินก็เหมือนกับเที่ยวบินทั่วไป ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดรุนแรง ประมาณ 5 วินาทีหน้ากากออกซิเจนก็ตกลงมา และอีกไม่กี่อึดใจก็เกิดการระเบิดที่หน้าต่างด้านข้าง แล้วคุณคงจินตนาการได้เลยว่าผู้คนบนเครื่องจะบ้าคลั่งโกลาหลขนาดไหน เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเป็นอย่างไร คุณดูได้จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บางคนเริ่มจะร้องไห้ เรารู้ว่าเราอยู่ผิดที่จริงๆ ทั้งหมดที่คิดได้ คือ เครื่องกำลังจะตก แล้วเหมือนว่าผมก็อาจจะไม่รอด ผมจะทำไงดี ในเมื่อเราไม่สามารถส่งข้อความหาใครได้ ไม่สามารถโทรไปบอกใครได้" ผู้โดยสารที่เป็นพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้ กล่าว

มาร์ติเนซ กล่าวอีกว่า ผมมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่เดินทางมาด้วยกัน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความบอกลาภรรยา และลูกในท้องที่ยังไม่เกิด ทำให้ผมรู้สึกยอมรับได้ยากมากจริงๆ ที่จะทำใจยอมรับ หากเราไม่รอดในเหตุการณ์ครั้งนี้

...

ผู้โดยสารที่เป็นพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้ กล่าวด้วยว่า ทันใดนั้นผมก็นึกถึงคอมพิวเตอร์แลปท็อปของผม ผมจับมันเปิดขึ้นมาระหว่างที่เครื่องกำลังดิ่งลง แล้วผมก็ซื้อแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตไวไฟบนเครื่องบิน ก็เพื่อที่อยากจะมีช่องทางซักทางที่สามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้ แล้วผมก็เฟซบุ๊กไลฟ์ ระหว่างที่เครื่องบินกำลังพยายามร่อนลงฉุกเฉินที่ฟิลาเดเฟีย ก็เพราะวิดีโอไลฟ์สดเป็นทางที่ดีที่สุด ที่จะสามารถสื่อสารกับคนที่เรารักทุกคนได้ในครั้งเดียว.