เมื่อวันพุธที่ 11 เม.ย. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จุดกระแสความวิตกกังวลว่า อาจเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างแดนลุงแซมกับประเทศรัสเซีย หลังจากเขาทวีตข้อความว่า จะยิงขีปนาวุธโจมตีในซีเรียเพื่อตอบโต้รัฐบาลของบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรียที่ถูกกล่าวหาว่า ใช้อาวุธเคมีโจมตีฝ่ายกบฏในเมืองดูมา เมื่อ 7 เม.ย. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและล้มป่วยมากกว่า 500 คน

แม้ว่าในเวลาต่อมา นายทรัมป์จะทวีตข้อความใหม่ว่า ยังไม่ได้กำหนดเรื่องเวลาที่จะโจมตีซีเรีย แต่คำพูดของเขาก็กำลังบอกใบ้ว่า สหรัฐฯ มีแผนหรือกำลังวางแผนใช้จรวดโจมตีในซีเรีย ขณะที่พันธมิตรอย่างฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรก็เผยว่า พวกเขากำลังพิจารณาใช้มาตรการทางทหารกับซีเรียด้วย

แต่หากสหรัฐฯ รวมทั้งฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ตัดสินใจโจมตีซีเรียขึ้นมาจริงๆ พวกเขาจะใช้อาวุธอะไรในการโจมตี ขณะที่รัสเซียซึ่งเตือนว่าจะสอยมิสไซล์ทุกลูกที่ยิงเข้ามาในซีเรีย จะมีอาวุธอะไรที่ใช้ต้านทาน หรือตอบโต้การโจมตีจากมหาอำนาจตะวันตกทั้ง 3 ชาตินี้บ้าง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

*สหรัฐอเมริกา

มหาอำนาจแห่งอเมริกาเหนือ ประเทศนี้มีงบประมาณกองทัพมากที่สุดในโลก ที่ประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 18.7 ล้านล้านบาท) พวกเขาส่งเรือพิฆาต ‘ยูเอสเอส โดนัลด์ คุก’ ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีไปลอยลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไว้แล้ว และมีความเป็นไปได้มากที่สหรัฐฯ จะโจมตีโรงงานสารเคมีในซีเรียด้วยขีปนาวุธร่อน ‘โทมาฮอว์ก’ เพื่อลดความเสี่ยงที่เครื่องบินรบจะถูกยิงตก

ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นโทมาฮอว์ก (TLAM) เป็นอาวุธทรงประสิทธิภาพของสหรัฐฯ มีพิสัยทำการมากกว่า 1,600 กม. บินในระดับความสูงที่ต่ำ ทำให้เรดาร์ตรวจจับได้ยาก นอกจากนี้ยังปล่อยความร้อนออกมาน้อย การตรวจจับด้วยอินฟราเรดจึงทำไม่ได้อีกด้วย เมื่อปี 2560 สหรัฐฯ เคยยิงจรวดชนิดนี้จำนวน 59 ลูกใส่ฐานทัพอากาศเชย์รัต ในจังหวัดฮอมส์ ของซีเรียมาแล้ว โดยอ้างว่าเป็นสถานที่เก็บอาวุธเคมี

ขีปนาวุธร่อน 'โทมาฮอว์ก' ของสหรัฐฯ
ขีปนาวุธร่อน 'โทมาฮอว์ก' ของสหรัฐฯ

นอกจากโทมาฮอว์ก สหรัฐฯ ยังมีฝูงบินขนาดใหญ่อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินที่จอดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ส่วนที่ฐานทัพขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ในประเทศกาตาร์ มีฝูงบิน เอ10 และ เอฟ-16 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก พร้อมจะออกเดินทางทันทีที่ได้รับคำสั่ง สหรัฐฯ ยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล บี-52 ที่พวกเขาเคยใช้โจมตีในภูมิภาคนี้มาแล้วรอให้ใช้งานด้วย

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

*รัสเซีย

หากสหรัฐฯ ตัดสินใจยิงขีปนาวุธเข้าใส่ซีเรีย เชื่อว่ามหามิตรของอัสซาดอย่างรัสเซีย อาจต้องงัด ‘เอส-400’ ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศล้ำสมัย แต่ยังไม่เคยถูกทดสอบในสถานการณ์จริงออกมาใช้ โดย เอส-400 ถูกส่งเข้าไปติดตั้งในซีเรียหลังจากเครื่องบินรบรัสเซียถูกยิงตกเมื่อหลายเดือนก่อน แต่จนถึงตอนนี้มันทำหน้าที่เป็นเพียงอาวุธเพื่อป้องปราม ยังไม่เคยถูกใช้งาน

รัสเซียระบุว่า เอส-400 เป็นระบบต่อต้านอากาศยานหลายชั้น สามารถยิงจรวดได้ 3 ชนิดเพื่อจัดการกับเป้าหมายบนอากาศได้ทุกรูปแบบ ทั้งอากาศยานและขีปนาวุธที่อยู่ภายในระยะ 400 กม. ด้วยความเร็วและประสิทธิภาพที่ไม่ธรรมดา ทำให้สามารถคุ้มครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของซีเรียได้ นอกจากนี้ เอส-400 ยังมีขีดความสามารถในการต่อต้านระบบหลบเรดาร์ หรือ สเตลธ์ ที่โดดเด่นอีกด้วย

ระบบป้องกันทางอากาศ เอส-400 ของรัสเซีย
ระบบป้องกันทางอากาศ เอส-400 ของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่ารัสเซียมีอากาศยานรบหลายประเภทในซีเรีย เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิด ซู-24, เครื่องบินรบ ซู-25, เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์, เครื่องบินลำเลียง, เครื่องบินสอดแนม และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ มี-24 กับ มี-35 โดยส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศฮเมมิม อันเป็นฐานทัพหลักที่รัสเซียใช้ส่งเครื่องบินออกโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลอัสซาด

ด้านขุมกำลังทางน้ำ รัสเซียเคยยิงขีปนาวุธร่อน ‘คาลิเบอร์’ จากเรือดำน้ำ ‘รอสตอฟ-ออน-ดอน’ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อโจมตีเป้าหมายในซีเรีย และเคยยิงจรวดจากเรือรบในทะเลแคสเปียนใส่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในซีเรียด้วย อย่างไรก็ตาม รัสเซียถอนกำลังเรือรบของพวกเขาที่ฐานทัพเรือในเมืองตาร์ตัสของซีเรียไปหมดแล้ว

เธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร
เธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

*สหราชอาณาจักร

เจมส์ แลนส์เดล ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซี เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมของยูเคพร้อมที่จะเคลื่อนทรัพยากรของพวกเขาในซีเรีย รวมทั้ง เครื่องบินรบ ‘ทอร์นาโด’ ความเร็วเหนือเสียง 8 ลำที่ฐานทัพอากาศ 'ราฟ อัคโรติริ' ในประเทศไซปรัส ที่ถึงแม้จะเป็นเครื่องบินเก่าอายุเกือบ 30 ปี แต่พวกมันก็ได้รับการปรับแต่งติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง

ยูเคยังมีเครื่องบินรบ ‘ไต้ฝุ่น’ อีก 6 ลำ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจโจมตีกลุ่มไอซิสในอิรักมาตลอดช่วยหลายปีที่ผ่านมา รอให้เรียกใช้งาน โดยไต้ฝุ่นติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่ภาคพื้นนำวิถีด้วยเรดาร์อย่าง ‘บริมสโตน’ ซึ่งว่ากันว่ามีราคาลูกละ 142,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4.4 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดรน เอ็มคิว-9 รีเปอร์ ของสหราชอาณาจักร
โดรน เอ็มคิว-9 รีเปอร์ ของสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ยังมี ‘เอ็มคิว-9 รีเปอร์’ โดรนติดตั้งมิสไซล์พิฆาตรถถัง ‘เฮลไฟร์’ อีก 10 ลำ และเครื่องบินสอดแนม ริเวต ที่สามารถใช้การได้ในทุกสภาพอากาศ กำลังปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยูเคไม่มีเรือดำน้ำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และการส่งเรือดำน้ำไปประจำตำแหน่งดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลายวัน

เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส
เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

*ฝรั่งเศส

ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ประกาศเอาไว้ว่า การโจมตีใดๆ ที่พวกเขาจะกระทำกับซีเรีย เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุด จะไม่เล็งเป้าหมายไปที่กองกำลังพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย หรือใครก็ตาม แต่จะมีเป้าหมายที่ขีดความสามารถในการผลิตอาวุธเคมีของซีเรียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะโจมตีอย่างไร

อย่างไรก็ดี แดนน้ำหอมเคยส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ชาร์ลส์ เดอ โดล’ ไปร่วมในปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบัน เรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวของฝรั่งเศสลำนี้กำลังอยู่ระหว่างการยกเครื่องครั้งใหญ่ จึงไม่น่าจะสามารถนำมาใช้งานได้ในเร็วๆ นี้

เครื่องบินรบ มิราจ ของฝรั่งเศส
เครื่องบินรบ มิราจ ของฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสจึงอาจใช้งานเครื่องบินรบ ‘มิราจ’ กับ ‘ราฟาเอล’ ที่มีอยู่หลายลำในจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพวกเขาเคยใช้โจมตีกลุ่มไอซิสในซีเรียและอิรักมาก่อน โดยเครื่องบินดังกล่าวแต่ละลำสามารถบรรทุกระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์น้ำหนัก 250 กก. ได้ 4 ลูก

ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย
ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย

*ซีเรีย

ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของซีเรียได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของอิสราเอลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่พวกมันยังคงมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะคุกคามอากาศยานทุกลำ เพราะจรวดของระบบป้องกันมีความเร็วพอที่จะสอยเครื่องบินใดๆ ให้ร่วงได้ เช่น เอฟ-16 ของอิสราเอลก็เคยถูกระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียยิงตกมาแล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียเคยใช้ระบบ เอส-200 ซึ่งนาโต เรียกว่า ‘เอสเอ-5 แกมมอน’ เป็นส่วนใหญ่ โดยยิงจรวดเชื้อเพลิงเหลวความเร็วสูง ที่ออกแบบมาให้บินได้เร็วสุดถึง 8 มัค (ราว 2,744 เมตรต่อวินาที) นำวิถีด้วยเรดาร์ และทำลายเป้าหมายด้วยการจุดระเบิดหัวรบที่เป็นระเบิดอานุภาพสูงน้ำหนัก 217 กก.

ระบบจรวดต่อต้านอากาศยาน เอส-200
ระบบจรวดต่อต้านอากาศยาน เอส-200

ปัจจุบันซีเรียเริ่มนำอาวุธของรัสเซียมาเสริมมากขึ้น ทั้งระบบอาวุธ ‘เอสเอ-22’ และ ‘เอสเอ-17’ นอกจากนี้ยังใช้ระบบเรดาร์หลากหลายรูปแบบจากจีนอีกด้วย

ขณะเดียวกัน แม้ฐานทัพอากาศเชย์รัตจะถูกสหรัฐฯ โจมตีจนได้รับความเสียหาย แต่ซีเรียยังมีเครื่องบินรบอีกหลายลำประจำการอยู่ ทั้ง ซู-22 และ มิก-23 แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า เครื่องบินเหล่านี้ส่วนใหญ่เก่าหรือล้าสมัยไปแล้ว และจำเป็นต้องได้รับการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ เพื่อให้มีขีดความสามารถพอใช้ในทางทหารได้.