รมว.ต่างประเทศรัสเซียอ้าง ไม่มีหลักฐานว่าเกิดการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองในซีเรีย หลังกู้ภัยเผยภาพคนป่วยน้ำลายฟูมปากจำนวนมาก ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ เผยจะมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ใน 48 ชั่วโมง...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 9 เม.ย. นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ระบุว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เมืองดูมา ซึ่งเคยถูกกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลในซีเรียครอบครอง หลังจากทีมผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียและสมาชิกองค์กรบรรเทาทุกข์ได้เดินทางตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแล้ว
คำพูดของนายลาฟรอฟเกิดขึ้นหลังจาก เมื่อวันเสาร์ หน่วยกู้ภัยในซีเรียเปิดเผยคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นภาพร่างไร้วิญญาณขอชายหญิงและเด็กจำนวนมากที่อยู่ในสภาพนำ้ลายฟูมปาก ขณะที่สมาคมการแพทย์ซีเรีย-อเมริกัน (SAMS) หน่วยงานทางการแพทย์ในซีเรียเผยว่า มีประชาชนมากกว่า 500 คนถูกนำตัวไปรักษาตามศูนย์พยาบาลต่างๆ ในเมืองดูมา ด้วยอาการที่บ่งบอกว่าพวกเขาสัมผัสกับสารเคมี เช่นหายใจลำบาก, ผิวเป็นสีน้ำเงิน, น้ำลายฟูมปาก รวมทั้งมีกลิ่นเหมือนคลอลีน
...
SAMS ระบุด้วยว่า พวกเขาประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตเอาไว้ที่ 42-60 คน แต่จำนวนอาจเพิ่มขึ้นอีก หลังจากหน่วยกู้ภัยสามารถเข้าถึงห้องใต้ดินที่หลายร้อยครอบครัวใช้เป็นที่หลบภัย
ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมีในซีเรียครั้งล่าสุด ทำให้นานาชาติออกมาร่วมประณามซีเรีย โดยเฉพาะฝรั่งเศสซึ่งระบุว่า ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ หารือกันผ่านทางโทรศัพท์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และให้คำมั่นว่าจะมีการร่วมกันตอบโต้อย่างรุนแรง
ด้านประธานาธิบดี ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งออกมาประณามบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำของซีเรีย กล่าวในวันจันทร์ด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังประเมินวิธีแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ภายใน 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม นาย เจมส์ แมตติส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการใช้กำลังทหารตอบโต้กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด