เมื่อเร็วๆ นี้นักพันธุศาสตร์ประชากรจากมหาวิทยาลัยไมนซ์ ประเทศเยอรมนี ได้รายงานลงในวารสารการประมวลผลวิทยาศาสตร์แห่งชาติเกี่ยวกับการวิจัยกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่จัดเก็บอยู่ในหน่วยงานด้านมานุษยวิทยาและกายวิภาคศาสตร์บรรพชีวินวิทยาในเมืองมิวนิก ซึ่งอาจเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงการอพยพของสตรีไปยังยุโรปในช่วงยุคกลางไม่ใช่มีแต่ผู้ชายเท่านั้น
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของมนุษย์จากซากโครงกระดูก 40 ร่างจากสุสานหลายแห่งในสมัยศตวรรษที่ 5 และ 6 ตั้งอยู่ขนานกับแม่น้ำอิซาร์และแม่น้ำดานูบ ในแคว้นบาวาเรียแห่งเยอรมนี นักวิทยาศาสตร์พบว่ากะโหลกเหล่านี้เป็นของรูปกะโหลกยาวกว่าปกติ ซึ่งความผิดปกตินี้อาจเกิดขึ้นหลังคลอด และระบุว่าพวกเธอเคยมีผมสีเข้ม ผิวสีน้ำตาลอ่อน พูดภาษาที่แตกต่างจากสตรีในท้องถิ่น เป็นไปได้ว่าอาจเป็นชนชั้นสูงและเดินทางจากดินแดนที่ปัจจุบันนี้คือประเทศโรมาเนีย บัลแกเรีย และตอนเหนือของกรีซ ในช่วงที่จักรวรรดิโรมันกำลังล่มสลาย
นักวิจัยจากสถาบันมานุษยวิทยาวิวัฒนาการของสถาบันแมกซ์พลังค์ที่เมืองไลป์ซิกในเยอรมนี มองว่าการศึกษาดังกล่าวมีผลลัพธ์ที่น่าสนใจมาก เพราะปกติแล้วการโยกย้ายมักเกี่ยวข้องกับผู้ชาย โดยเฉพาะกลุ่มนักสำรวจ ทหาร หรือกลุ่มชนชั้นสูงทางการเมือง ฯลฯ ส่วนสตรีจะเคลื่อนย้ายในระยะสั้นๆ เช่น ย้ายตามครอบครัวของสามี อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าทำไมสตรีถึงเดินทางไกล แต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าอาจเป็นตัวแทนด้านยุทธศาสตร์ความเป็นพันธมิตรระหว่างประชากรที่อยู่ห่างไกลทั่วยุโรปก็เป็นได้.