สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง นักวิทยาศาสตร์ผู้ได้รับการยกย่องว่า ฉลาดที่สุดในโลก ยุคนี้ เสียชีวิตอย่างสงบในวันพุธที่ 14 มี.ค. ปีพ.ศ. 2561 รวมอายุได้ 76 ปี ท่ามกลางความโศกอาลัยของผู้คนทั่วโลก ไม่เพียงในแวดวงวิทยาศาสตร์ แต่ในทุกวงการ

เชื่อว่าน้อยคนในโลกที่จะไม่รู้จักฮอว์กกิ้ง เขาสร้างชื่อจากทฤษฎีหลุมดำและสัมพัทธภาพ แต่ภาพจำของเขาสำหรับคนส่วนใหญ่บนโลกอาจจะแตกต่างกันไป ผู้ใหญ่อาจรู้จักเขาดีที่สุดจากการ์ตูน ‘เดอะ ซิมป์สันส์’ ที่ฉายในสหรัฐฯ หลายคนอาจจำเขาในภาพของนักแสดงหนุ่ม เอ็ดดี เรดเมย์น ซึ่งรับบทเป็นเขาในภาพยนตร์รางวัลออสการ์ ‘The Theory of Everything’ ขณะที่บางคนอาจจำเพียงว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่ใช้เสียงประดิษฐ์

แต่ตัวจริงของฮอว์กกิ้งคือใคร เขาประสบความสำเร็จอะไร และมีชื่อเสียงในด้านใดบ้าง?

*ฮอว์กกิ้งมีชื่อเสียงจาก ‘รังสีฮฮอว์กกิ้ง’

ศ.ชาวอังกฤษผู้นี้โด่งดังที่สุดในเรื่องทฤษฎีเกี่ยวกับหลุมดำของเขา ซึ่งโต้แย้งความเชื่อเดิมว่าแท้จริงแล้ว หลุมดำ ไม่ได้ดำสนิท และเสนอความคิดว่า วัตถุความหนาแน่นสูงในอวกาศนี้ ปล่อยความร้อนออกมา และในที่สุดก็จะค่อยๆ เลือนหาย และระเบิด

...

“หลุมดำคือวัตถุที่มีความหนาแน่นสูงจนน่าเหลือเชื่อ ซึ่งดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าหามันด้วยแรงดึงดูด และเคยเชื่อกันว่าไม่มีสิ่งใดสามารถหนีจากมันได้” ดร.แฮร์รี คลิฟฟ์ นักอนุภาคฟิสิกส์บอกกับสำนักข่าวบีบีซี “ด้วยการรวมกลไกควอนตัมกับทฤษฎีแรงดึงดูด ฮอว์กกิ้งแสดงให้เห็นว่า พวกมันสามารถเลือนหาย หรือแม้แต่ระเบิดได้เหมือนระเบิดนิวเคลียร์”

*ฮอว์กกิ้งยังเป็นที่รู้จักในเรื่องทฤษฎี ‘บิ๊กแบง’

ทฤษฎีบิ๊กแบง (the big bang theory) ไม่ใช่แค่ชื่อละครซีรีส์ที่ฮอว์กกิ้งเคยร่วมแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานแรกๆ ที่ยอดนักฟิสิกส์ผู้นี้ศึกษาวิจัยอีกด้วย

“หนึ่งในสิ่งแรกที่สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง วิจัยคือแนวคิดเกี่ยวกับ บิ๊กแบง นี่เป็นจุดหนึ่งของการเริ่มต้นแห่งจักรวาล ที่จักรวาลมีขนาดเล็กและหนาแน่นอย่างเป็นอนันต์” ดร.คลิฟฟ์เผย “ฮอว์กกิ้งชี้ให้เห็นว่า ที่จริงแล้ว ในช่วงเวลาแรกเริ่มที่สุดนี้ มีบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่า ‘ภาวะเอกฐาน’ ที่ที่กาลเวลาและอวกาศหยุดทำงาน ซึ่งจากจุดเล็กๆ นั้น จักรวาลก็เกิดขึ้น และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเวลาและอวกาศ”

สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง ถ่ายรูปคู่กับ เอดดี เรดเมย์น นักแสดงฮอลลีวูด
สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง ถ่ายรูปคู่กับ เอดดี เรดเมย์น นักแสดงฮอลลีวูด

*ฮอว์กกิ้งทำให้วิทยาศาสตร์ได้รับความสนใจ

ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อเทียบกับนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากมายที่มีอยู่ในโลกใบนี้นั้น แทบไม่มีเลยที่จะมีใครมีชื่อเป็นที่รู้จัก เพราะนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ทำงานเพื่อมีชื่อเสียง แต่ศ.ฮอว์กกิ้งสามารถทำให้ข้อถกเถียงทางทฤษฎีอันซับซ้อน เข้าถึงได้และมีความหมายสำหรับคนธรรมดาทั่วไป

หนังสือของเขาที่ชื่อ ‘ประวัติย่อของกาลเวลา’ (A Brief History of Time) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาตั้งแต่บิ๊กแบงไปจนถึงหลุมดำ มียอดขายมากกว่า 10 ล้านเล่มนับตั้งแต่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2531 และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 35 ภาษา “นอกจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของเขา ผลงานใหญ่ที่สุดของฮอว์กกิ้งคือ การทำให้วิทยาศาสตร์ได้รับความสนใจ” ดร.คลิฟฟ์กล่าวไว้

...

*ฮอว์กกิ้งเป็นคนตลก

สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง มีคำพูดที่โด่งดังมากว่า “ชีวิตคงเป็นโศกนาฏกรรม หากมันไม่สนุกสนาน” ซึ่งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มีตัวอย่างให้เห็นมากมายว่า เขาเป็นคนมีอารมณ์ขันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการไปปรากฏตัวในการ์ตูนซิตคอม ‘เดอะ ซิมป์สันส์’ หรือการ์ตูน ’ป่วนฮาโลกอนาคต’ (Futurama) และในซีรีส์ ‘เดอะ บิ๊กแบงธีออรี’ (The Big Bang Theory)

ฮอว์กกิ้งยังชอบเล่นมุกตลกขณะให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วย เช่นในรายงานการ ‘Last Week Tonight’ ของบีบีซี จอห์น โอลิเวอร์ ผู้เป็นพิธีกรถามเขาว่า “คุณเคยบอกว่าคุณเชื่อว่าอาจมีจักรวาลคู่ขนานจำนวนนับไม่ถ้วน นั่นหมายความว่ามีจักรวาลที่ผมฉลาดกว่าคุณด้วยน่ะสิ” ซึ่งศ.ฮอว์กกิ้งตอบกลับว่า “ใช่ และยังมีจักรวาลที่คุณเป็นคนตลกด้วย”

ขณะที่ จิม รีด พิธีการรายการ นิวส์ไนท์ ของบีบีซี โพสต์ผ่านทวิตเตอร์เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า “เรื่องราวของฮอว์กกิ้งยังวนเวียนอยู่กับ นิวส์ไนท์ โปรดิวเซอร์อยู่ในห้องที่จัดไว้สำหรับสัมภาษณ์ จากนั้นดึงปลั๊กออกตัวหนึ่งเพื่อจัดไฟ แล้วฮอว์กกิ้งก็ทรุดลงคาเก้าอี้เหมือนกับว่าเราดึงปลั๊กสำคัญอะไรบางอย่าง โปรดิวเซอร์วิ่งไปขอความช่วยเหลือ ก่อนกลับมาพบฮอว์กกิ้งกำลังหัวเราะคิกคัก”

...

ยอดนักฟิสิกส์รายนี้ยังเคยใช้ทฤษฎีเรื่องจักรวาลคู่ขนานของเขาช่วยปลอบใจแฟนเพลงวง ‘วัน ไดเร็กชัน’ ที่กำลังเสียใจหลัง เซย์น มาลิค ลาออกจากวงเมื่อปี 2558 โดยระบุว่า ณ จักรวาลใดจักรวาลหนึ่งอาจมีจักรวาลที่เซย์น ยังอยู่กับ วัน ไดเร็กชัน และอาจจะมีจักรวาลที่เด็กสาวเหล่านี้ได้แต่งงานอย่างมีความสุขกับเซย์นด้วยก็เป็นได้

*ฮอว์กกิ้งยังเป็นนักรณรงค์เพื่อสุขภาพ

อย่างที่ทราบกันว่า ตอนอายุ 22 ปี ศ.ฮอว์กกิ้งได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรค ALS หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่เกิดขึ้นได้ยาก ทำให้เขาต้องพึ่งพาสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) หน่วยงานสาธารณสุขในสหราชอาณาจักรอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อปี 2560 ฮอว์กกิ้งประกาศตัวสนับสนุนพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายค้านอย่างชัดเชน รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์นายเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอย่างรุนแรง โดยแสดงความกังวลถึงอนาคตของบริการด้านสุขภาพ และการผูกขาดของภาคเอกชนที่กำลังเติบโตขึ้น ซึ่งจะทำให้ประกันสุขภาพมีราคาแพงตามไปด้วย

สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง กับเจ้าสาว เอลีน เมสัน  หลังพิธีแต่งงานที่โบสถ์ เซนต์ บาร์นาบัส เมื่อ 16 ก.ย. 2538
สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง กับเจ้าสาว เอลีน เมสัน หลังพิธีแต่งงานที่โบสถ์ เซนต์ บาร์นาบัส เมื่อ 16 ก.ย. 2538

...

ฮอว์กกิ้งยังเคยใช้ทฤษฎีหลุมดำของเขาให้กำลังใจผู้มีปัญหาสุขภาพจิตในการกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงลอนดอนปี 2559 ด้วยว่า “หลุมดำไม่ได้ดำสนิทอย่างที่พวกเขาแต่งแต้ม มันไม่ใช่คุกซึ่งคงอยู่ชั่วนิรันดร์อย่างที่พวกเขาเคยคิด อะไรก็ตามสามารถออกจากหลุมดำได้ ทั้งออกมาด้านนอกหรืออาจไปยังจักรวาลอื่น ดังนั้น หากคุณรู้สึกเหมือนอยู่ในหลุมดำ ขอจงอย่ายอมแพ้ มันยังมีทางออก”