ข่าว
100 year

เจ้าอิทธิพล “เอ็นอาร์เอ” โดนัลด์ ทรัมป์ สาวกเอก!

บวร โทศรีแก้ว4 มี.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

เหตุกราดยิงสังหารหมู่ผู้คนในดินแดน “สหรัฐอเมริกา” เกิดขึ้นซ้ำซากไม่มีท่าทีจบสิ้น และทุกครั้งจุดกระแสกดดันให้มีการปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่มีอยู่ดาษดื่นซื้อง่ายขายคล่องทั่วประเทศ

คดีนายนิโคลาส ครูซ นักเรียนเก่าที่ถูกไล่ออกวัย 19 ปี บุกกราดยิงในโรงเรียนมัธยมปลาย “มาจอรี สโตนแมน ดักลาส” เมือง พาร์กแลนด์ รัฐฟลอริดา ในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก ก็เช่นกัน กระแสกดดันแรงเร้าสุดๆ แต่อาจเป็น “ไฟไหม้ฟาง” แผ่วหายไปตามกาลเวลาเช่นเคย

ไม่ไหวแล้ว–นักเรียนโรงเรียนมัธยม “มาจอรี สโตนแมน ดักลาส” ปราศรัยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ที่เมืองพาร์กแลนด์ รัฐฟลอริดา หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนแห่งนี้ (เอเอฟพี)

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำขึงขังกระตุ้นให้สภาคองเกรสหาทางออกกฎหมายที่ครอบคลุมป้องกันเหตุกราดยิงในโรงเรียนอีก เสนอให้ครูพกปืนในโรงเรียน ให้มีการ “แบน” อุปกรณ์เสริมพานท้ายปืน “บัมพ์สต๊อก” ที่ทำให้ปืนกึ่งอัตโนมัติรัวยิงได้เหมือนปืนกลอัตโนมัติ และให้เพิ่มอายุผู้มีสิทธิซื้อปืนจากเดิม 18 ปี เป็น 21 ปีขึ้นไป แต่ก็เป็นข้อเสนอลมๆแล้งๆ เพื่อลดแรงกดดันเท่านั้น

เพราะสภาคองเกรส ซึ่งมีพรรครีพับลิกันที่สนับสนุนอาวุธปืนมาตลอด ครองเสียงข้างมากอยู่ทั้ง 2 สภา ยังปฏิเสธที่จะรับลูกแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ขณะที่ “สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ” (เอ็นอาร์เอ) ผู้ทรงอิทธิพล ก็ขัดขวางสุดลิ่มทิ่มประตูเช่นเคย โดยอ้าง “บทแก้ไขเพิ่ม เติมฉบับที่ 2” (Second Amendment) ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่ให้สิทธิเสรีภาพในการครอบครองอาวุธปืน ทำ ให้การควบคุมปืนอย่างเข้มงวดเกิดขึ้นได้ยาก!

“เอ็นอาร์เอ” ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ.1871 โดยกลุ่มทหารผ่านศึกหลังสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาทักษะการยิงปืน ในต้นทศวรรษ 1990 เอ็นอาร์เอส่งเสริมการฝึก “นักแม่นปืน” ทั้งผู้ใหญ่และยุวชนทั่วประเทศ แต่ช่วงทศวรรษ 1930 เอ็นอาร์เอซึ่งมีนายคาร์ล เฟรดเดอริก นักยิงปืนเหรียญทองโอลิมปิกปี 1920 เป็นประธาน เคยสนับสนุนการควบคุมอาวุธปืน หลังคดีอาชญากรรมรุนแรงในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

แต่เอ็นอาร์เอยังคงถูกครอบงำโดยพวกคลั่งไคล้การยิงปืนและล่าสัตว์ จนสามารถยับยั้งไม่ให้มีการลงทะเบียนปืนทั่วประเทศในปลายทศวรรษ 1960 ได้ และใน ค.ศ.1977 กลุ่มที่เชิดชู “Second Amendment” เป็นสรณะ ก็เข้ายึดครองเอ็นอาร์เอ ทำให้เป็นองค์กร “ล็อบบี้” สนับสนุนอาวุธปืนสุดขั้วมาตั้งแต่นั้น

ปัจจุบันเอ็นอาร์เอมีสมาชิกที่จ่ายเงินสนับสนุนองค์กรราว 5 ล้านคน ยังส่งเสริมการฝึกนักแม่นปืน โครงการล่าสัตว์ และมีสโมสรยิงปืนทั่วประเทศ โดยในปี 2558 เอ็นอาร์เอมีรายได้ถึง 337 ล้านดอลลาร์ (ราว 10,785 ล้านบาท) มีรายจ่าย 303 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,700 ล้านบาท) รายได้มาจากค่าสมาชิกและ โครงการต่างๆ รวมทั้งเงินสนับสนุนส่วนบุคคลและจากกลุ่มอื่นๆ และที่สำคัญมาจาก “อุตสาห– กรรมผู้ผลิตและขายอาวุธปืน”

เอ็นอาร์เอจึงมีเงินมากมายใช้ผลักดันแนวทางของตน โดยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมืองเอกของรัฐต่างๆ มีกลุ่มล็อบบี้ทำงานอยู่ ทุ่มเงินปีละหลายสิบหรือนับร้อยล้านดอลลาร์สนับสนุนพวกนักการเมืองและลงโฆษณาปกป้องนโยบายของตนและโจมตีฝ่ายตรงข้าม

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2559 เอ็นอาร์เอทุ่มเงินราว 20 ล้านดอลลาร์ ลงโฆษณาโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตคู่แข่งของทรัมป์ และอีก 10 ล้านดอลลาร์ ลงโฆษณาสนับสนุนทรัมป์

เอ็นอาร์เอจึงมีอำนาจชี้ชะตานักการเมืองหลายคนได้ เช่น นายริชาร์ด เบอร์ ส.ส.พรรครีพับลิกัน รัฐนอร์ท แคโรไลนา 23 ปี ขณะนี้เป็น ส.ว. รัฐเดียวกัน รับเงินสนับสนุนจากเอ็นอาร์เอกว่า 7 ล้านดอลลาร์ ส่วนนายมาร์โก รูบิโอ ส.ว.พรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา รัฐที่เกิดเหตุกราดยิงล่าสุด ก็เคยรับเงิน

จากเอ็นอาร์เอแล้วราว 3 ล้านดอลลาร์ โดยเอ็นอาร์เอจัดเกรดนักการเมืองตามระดับการสนับสนุน “Second Amendment” ผู้ได้เกรด A จะได้รับเงินและฐานเสียงสนับสนุนมากที่สุด เกรด “Bs” สนับสนุนน้อย ส่วนนักการเมืองพรรคเดโมแครตเกือบทั้งหมดได้เกรด “F” ต่ำสุด

2 ผู้ยิ่งใหญ่–นายเวย์น ลาปิแอร์ ผู้นำสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นอาร์เอ) บนเวทีประชุมประจำปีของสหภาพอนุรักษนิยมอเมริกัน ที่รัฐแมรีแลนด์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (รูปเล็ก) แถลงในทำเนียบขาวหลังเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่รัฐฟลอริดา มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ (เอเอฟพี)

เอ็นอาร์เอยังมีผู้สนับสนุนที่เป็นคนดังๆ มากมาย เช่น ชาร์ลตัน เฮสตัน อดีตดารารุ่นเก๋าซึ่งเคยเป็นประธานเอ็นอาร์เอช่วง ค.ศ. 1998-2003 ส่วนผู้นำเอ็นอาร์เอคนปัจจุบันคือนายเวย์น ลาปิแอร์ ซึ่งได้รับเงินปีละ 5 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ปกป้องสิทธิในการครอบครองอาวุธปืน และผู้ที่เป็น “พรีเซ็นเตอร์” ผู้โดดเด่นให้เอ็นอาร์เออีกคน คือนางดานา โลสช์ สาวสวยเฉี่ยว ผู้มักโพสท่าออกสื่อในชุดเสื้อกระโปรงรัดรูป ในมือถือปืนรุ่นต่างๆ

หลังเหตุกราดยิงที่ฟลอริดา เอ็นอาร์เอยังท้าทาย ประกาศไม่สนับสนุนการห้ามมีอาวุธปืนใดๆ ปิแอร์และโลสช์ยังชี้ว่าเรื่องนี้ถูกทำให้เป็นเรื่องการเมือง และว่าการควบคุมอาวุธปืนคือการลดทอนเสรีภาพประชาชน

แต่ผู้ที่ดูเหมือนจะเป็น “โปรโมเตอร์” สนับสนุนเอ็นอาร์เอรายใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่นเอง เพราะเขาเคยพูดเมื่อเร็วๆนี้ว่า “ไม่มีใครเป็นแฟนผู้ยิ่งใหญ่ของ Second Amendment และเอ็นอาร์เอมากไปกว่าผมอีกแล้ว”!!!

บวร โทศรีแก้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 วันรอบโลกบวร โทศรีแก้วเวย์น ลาปิแอร์มาจอรี สโตนแมน ดักลาสสหรัฐอเมริกา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้