ชายชาวอังกฤษเสียชีวิตหลังจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในอียิปต์ปิดเครื่องพยุงชีพ เพราะครอบครัวของชายคนนี้ไม่สามารถหาเงินจำนวน 7,000 ปอนด์มาจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้...

สำนักข่าวต่าประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า ศาลในอังกฤษ ไต่สวนคดีการเสียชีวิตของนาย เอเดรียน คิง ชาวอังกฤษอายุ 39 ปี ที่เมืองฮูร์กาดา ประเทศอียิปต์เมื่อเดือนพ.ค. 2560 โดยระบุว่า นายคิงเสียชีวิตเพราะไตวายรวมกับอวัยวะอื่นๆ ล้มเหลว หลังจากโรงเยาบาลปิดเครื่อพยุงชีพ เนื่องจากญาติของนายคิงไม่สามารถหาเงิน 7,000 ปอนด์ (ราว 307,000 บาท) มาจ่ายค่ารักษาได้

ในชั้นศาล นาย สตีเฟน ครูเปอร์ จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย รอยัล สโตก อ้างข้อมูลจากเอกสารของโรงพยาบาลอียิปต์ที่เกิดเหตุซึ่งระบุว่า นายคิงหัวใจหยุดเต้นในวันที่ 24 พ.ค. 2560 ก่อนจะมีการปิดเครื่องพยุงชีพ แต่ญาติของเขายืนยันว่าไม่เป็นความจริง และบอกด้วยประกันเดินทางของเขาไม่สามารถใช้ได้ การรักษาจึงถูกยกเลิก

น.ส. นิโคลา ไรท์ เพื่อนที่ไปท่องเที่ยวกับนายคิง เล่าว่าทั้งคู่ไปขี่จักรยานและขี่อูฐในทะเลทรายด้วยกัน พวกเธอพักในกระท่อมแห่งหนึ่งและราดน้ำใส่ตัวเองเพื่อคลายร้อน ในตอนนั้นเองที่อาเดรียนกล่าวว่า เขารู้สึกไม่ดีและเสนอให้นั่งแท็กซี่กลับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะพวกเขาอยู่ในทะเลทราย เธอจึงพยายามขี่จักรยานพานายคิงกลับจนกระทั่งไกด์ชาวอินเดียมาช่วยเหลือ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์และเจ้าหน้าที่ทำการรักษานายคิงและฟอกไตของ 2 ครั้งก่อนจะบอกว่าประกันเดินทางของนายคิงใช้การไม่ได้ “พวกเขาไม่เคยพูดว่าเขาหัวใจหยุดเต้นหรืออะไรเลย พวกเขาบอกว่าเครื่องพยุงชีพถูกปิดเพราะไม่มีเงินจ่าย” น.ส.ไรท์กล่าว

ด้านนาย ชาร์ลส์ บัมฟอร์ด อายุ 59 ปี พ่อของนายคิงกล่าวในศาลเมืองแคนน็อกค์ว่า “ชายคนหนึ่งในโรงพยาบาลยืนอยู่ในห้องของลูกชายผม แล้วบอกกับผมว่า ‘ประกันใช้ไม่ได้ คุณต้องจ่ายค่ารักษาตอนนี้ มิเช่นนั้นผมจะปิดเครื่องพยุงชีพ’ ตอนนั้นผมไม่มีเงิน 7,000 ปอนด์ที่เขาเรียกร้อง เขาจึงเริ่มปิดสวิตช์ต่างๆ ก่อนจะออกจากห้อง”

...

“ผมไม่อย่างเชื่อเลยว่ากงสุลสหราชอาณาจักรไม่สามารถทำอะไรเพื่อพลเมืองยูเคได้ ไม่ตอบคำถามด้วย ทำไมคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง? ผมคิดว่านั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก” นายบัมฟอร์ดกล่าว