ตำรวจอังกฤษตามตะครุบตัวโจ๋หนุ่ม 18 ปี ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวระเบิดในรถไฟใต้ดิน สถานี “พาร์สันส์ กรีน” เขตฟูแลม และยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายอยู่ที่ขั้น “วิกฤติ” ด้านนักวิเคราะห์ชี้ โชคดีระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ จึงเกิดเหตุสูญเสียไม่มาก ด้าน “ทรัมป์” ตบหัวแล้วลูบหลังผู้ดี แนะ ตร.ควรทำงานเชิงรุกก่อนแสดงความเสียใจกับเหยื่อ พร้อมจะร่วมมือกันหยุดยั้งการก่อการร้าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดแบบแสวงเครื่องในรถไฟใต้ดินสายตะวันออก “ดิสทริกต์ ไลน์” ที่สถานี “พาร์สันส์ กรีน” เขตฟูแลม ทางตะวันตกเฉียงใต้กรุงลอนดอน ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 29 คน ซึ่งมีทั้งผู้บาดเจ็บจากระเบิดและเหยียบกันขณะแตกตื่นวิ่งหนีออกจากตู้รถไฟ และทางการอังกฤษชี้ว่าเป็นการก่อการร้าย ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 6 เดือนในอังกฤษ

ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 16 ก.ย. รัฐบาลอังกฤษประกาศยกระดับการเตือนภัยการก่อการร้ายจากขั้น “ร้ายแรง” เป็นขั้น “วิกฤติ” ระดับสูงสุด ซึ่งหมายถึงอาจมีการโจมตีเกิดขึ้นอีกในเร็วๆนี้ รัฐบาลยังระดมตำรวจติดอาวุธประมาณ 1,000 นาย ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ และให้กองทัพส่งทหารออกมาช่วยตำรวจคุมเข้มตามสถานที่สำคัญ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการระดมทหารออกมาช่วยตำรวจตั้งแต่เหตุผู้ก่อการร้ายโจมตีสนามกีฬา “แมนเชสเตอร์ อารีนา” เมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนหรือสกอตแลนด์ยาร์ด ก็เพิ่มกำลังลาดตระเวนทั่วเมืองหลวง โดยเฉพาะสถานที่สำคัญและบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน

ส่วนนายมาร์ค โรว์ลีย์ ผู้บัญชาการตำรวจหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายของอังกฤษแถลงว่า กำลังเร่งไล่ล่าคนร้ายผู้ลอบวางระเบิดอย่างเข้มข้น รวมทั้งใช้ตำรวจหลายร้อยนายเร่งตรวจเช็กกล้องโทรทัศน์ วงจรปิดตามจุดต่างๆ และขอให้ประชาชนช่วยชี้เบาะแส แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ เพราะเป็นปฏิบัติการลับของตำรวจ

...

ด้านกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) แถลงผ่านสำนักข่าว “อามัค” ว่า หน่วยย่อยหรือสาขาของไอเอสเป็นผู้ลอบวางระเบิดโจมตีรถไฟใต้ดินครั้งนี้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อกล่าวอ้างนี้เป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งนายมาร์ค โรว์ลีย์ ระบุว่าเป็นเรื่องปกติที่ไอเอสจะรับสมอ้างว่าเป็นผู้ลงมือเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุโจมตีเช่นนี้ขึ้น

ก่อนหน้านี้ มีการเผยแพร่ภาพทางสื่อสังคมออนไลน์ แสดงจุดที่เกิดระเบิด เผยให้เห็นเปลวไฟลุกไหม้ออกมาจากถังสีขาวที่อยู่ในถุงพลาสติกสำหรับใส่ของตามห้างสรรพสินค้าวางอยู่บนพื้นตู้รถไฟ และมีสายไฟโยงออกมาจากปากถังด้วย โดยนักวิเคราะห์ ด้านการก่อการร้ายและสื่อบางสำนักรวมทั้ง “บีบีซี” ชี้ว่าระเบิดแสวงเครื่องลูกนี้มีเครื่องตั้งเวลาด้วย และโชคดีที่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ มิฉะนั้น ถ้ามันระเบิดเต็มอานุภาพ จะสังหารทุกคนที่อยู่รายรอบ และอาจทำให้ผู้โดยสารทุกคนในตู้รถไฟเสียแขนขาพิการไปตลอดชีวิตได้

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โทรศัพท์ถึงนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพื่อแสดงความเศร้าเสียใจกับผู้บาดเจ็บ และสัญญาว่าจะร่วมมือกับอังกฤษอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อหยุดยั้งการก่อการร้ายและต่อสู้กับพวกหัวรุนแรงสุดโต่ง ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์โพสต์ข้อความทาง “ทวิตเตอร์” ว่าเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นการโจมตีอีกครั้งของผู้ก่อการร้ายขี้แพ้ จิตป่วยบ้าคลั่ง ซึ่งอยู่ในสายตาของตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดของอังกฤษ จึงต้องทำงานเชิงรุก การทวีตของทรัมป์บ่งชี้ว่าตำรวจอังกฤษด้อยประสิทธิภาพ และเหมือนกับว่าเขารู้ข้อมูลข่าวกรองของตำรวจอังกฤษ สร้างความไม่พอใจให้นายกฯเทเรซา เมย์ ซึ่งแถลงตอบโต้ทันควันว่าการพูดเดาสุ่มของนายทรัมป์ไม่ได้ช่วยอะไรเลยต่อการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งต่อมานายทรัมป์พยายามผ่อนคลายความตึงเครียด โดยกล่าวชมนางเมย์ว่าเป็น “สตรีที่มหัศจรรย์”

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายนีล บาซู เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหน่วยต่อต้านก่อการร้ายของอังกฤษ เปิดเผยความคืบหน้าการไล่ล่าตัวคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบนรถไฟใต้ดินสายตะวันออก ในกรุงลอนดอน ระบุเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพศชาย ไม่เปิดเผยชื่อ วัย 18 ปี ได้ที่เมืองโดเวอร์ ทางภาคใต้ของอังกฤษ ซึ่งถือเป็นการจับกุมที่มีความสำคัญต่อคดี แต่ยังไม่ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ใช่คนร้ายหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผล ทั้งยังคงระดับการเตือนภัยก่อการร้ายไว้ที่ระดับวิกฤติต่อไป