ญาติหนุ่ม 16 ปี ที่ด่านขุนทด เข้าพบ ตร. โวยหลานถูกขี้เมา ใช้ขวดปากฉลามแทงคอ ผ่านมาหลายวันคดีไม่คืบ ทั้งที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ ด้าน ผกก. โวย ไม่รู้มีคดีแทงคอเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ ด้าน ตร.ชุดสืบ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ ยันถ้าเจอตัวผู้ก่อเหตุ โดยไม่ต้องรอหมายจับ แต่ที่ยังไม่จับ เพราะผู้ก่อเหตุ ไหวตัวหนีทัน ...
วันที่ 20 มิ.ย.60 นายเจษฎา พูลทวี อายุ 38 ปี ชาว อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เข้าพบ พ.ต.ท.ครองชัย ตาลประดิษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) หน.งานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด เพื่อสอบถามคดีเกี่ยวกับหลานของตน ถูกหนุ่มวัยรุ่นที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ภายในห้องของเพื่อน ใช้ขวดเหล้าแตกปากฉลามแทงคอเลือดกระฉูด อาการปางตาย เหตุเกิดตั้งแต่เช้ามืด วันศุกร์ที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้าในการจับกุม ทั้งๆ ที่เห็นผู้ก่อเหตุ วนเวียนใกล้บ้านที่เกิดเหตุ
นายเจษฎา เผยว่า เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายเต้ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี หลานของตนที่ไปรับจ๊อบทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.ด่านขุนทด ร่วมกับเพื่อนชายหญิงวัยเดียวกันอีก 4 คน และมีความจำเป็นต้องกลับบ้านดึก จึงไปนอนค้างคืนที่ห้องเช่าของเพื่อนหญิง ที่บ้านโคกพัฒนา โดยนอนรวมกันในห้องทั้งหมด 5 คน ขณะที่มี นายเอก (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พร้อมวัยรุ่นอีก 2 คน เพื่อนอีกกลุ่มของเพื่อนหญิง เจ้าของห้องเช่า ถือวิสาสะตามมาตั้งวงดื่มเหล้าในห้องโถง หน้าห้องนอน และพูดคุยส่งเสียงดัง
นายเจษฎา เล่าต่อว่า จากนั้น นายเต้ ได้เปิดหน้าต่างห้องนอน มาขอร้องให้กลุ่มของนายเอก คุยกันเบาๆ เนื่องจากนอนไม่หลับ ทำให้ นายเอกโกรธ คว้าขวดเหล้าขาว กระโดดผ่านช่องหน้าต่าง เข้าไปในห้องนอน จนทุกคนตกใจลุกขึ้นมาห้ามปราม ไม่ให้มีเรื่องกัน โดยผู้หญิงตกใจเปิดประตูห้องนอนวิ่งหนีออกมาด้านนอก ทำให้เพื่อนนายเอกอีก 2 คน เข้าไปช่วยนายเอก จับล็อกคอเพื่อนหลานชาย ก่อนที่ นายเอก จะใช้ขวดเหล้าขาวตีที่ศีรษะเพื่อนหลานชาย จนศีรษะแตก เลือดอาบ พร้อมทั้งใช้ขวดเหล้าขาวที่แตกเป็นปากฉลามแทงเข้าที่ลำคอ หลานชาย เลือดกระฉูดเต็มห้อง ล้มฟุบไปบนพื้นห้อง ก่อนจะรีบวิ่งหนีไป เพื่อนที่เหลือจึงช่วยกันนำคนเจ็บทั้งสองคนส่งโรงพยาบาล โดยหลานชายอาการสาหัส รพ.ด่านขุนทด จึงรีบส่งไปรักษาต่อที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ทันที โดยตนเองตามไปเฝ้าหลานอย่างใกล้ชิดทุกวัน ซึ่งอาการเข้าขั้นโคม่า ไม่รู้สึกตัว นอนอยู่ในห้อง ICU ตลอดเวลา
...
นายเจษฎา เล่าอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้พยายามโทรศัพท์หา พ.ต.ท.ชาญณรงค์ พรหมมา สว.(สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด เจ้าของคดีที่รับแจ้งความจาก รพ.ด่านขุนทด เพราะคืนเกิดเหตุ กลุ่มของ นายเอก กลับมาบังคับข่มขู่เพื่อนของหลานชาย ไม่ให้ออกมาแจ้งความ ถ้าเรื่องถึงตำรวจจะฆ่าให้ตาย แต่ตนไม่สามารถติดต่อตำรวจเจ้าของคดีได้เลย และไม่มีเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำตนหรือญาติคนเจ็บที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา แต่อย่างใด อีกทั้งในคืนเกิดเหตุ กลุ่ม นายเอก ยังกลับมาล้างทำความสะอาดคราบเลือดในที่เกิดเหตุ จนหญิงสาวเจ้าของห้องทั้งสองคนหวาดกลัว ถึงกับเก็บข้าวของหลบหนีไปอยู่ที่อื่น และล่าสุดตนเพิ่งทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายเอก ยังกลับมาป้วนเปี้ยนในซอยบ้านที่เกิดเหตุ แถมยังไปเที่ยวร้านอาหารที่กลุ่มคนเจ็บเคยไปทำงานก่อนวันเกิดเหตุ ซึ่งตนไม่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าทำไมล่าช้า จนต้องทิ้งการเฝ้าคนเจ็บ มาทวงถามด้วยตัวเอง
ขณะที่ พ.ต.อ.เสกสรร บุญยรัชนิกร ผกก.สภ.ด่านขุนทด เดินขึ้นโรงพักมาเจอกลุ่มผู้สื่อข่าว ก็ทักทายตามปกติ ก่อนทราบว่า ผู้สื่อข่าวมาติดตามคดีญาติผู้เสียหายมาถามตำรวจ เรื่องหลานชายถูกหนุ่มขี้เมาใช้ขวดแทงเข้าที่คอ เหตุเกิดมาหลายวัน แต่คดีไม่คืบหน้า ซึ่ง พ.ต.อ.เสกสรร ถึงกับออกอาการหน้าเหวอ เอ่ยกับผู้สื่อข่าวว่าทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้ แล้วรีบเดินขึ้นห้องทำงานบนชั้นสองของโรงพัก จากนั้นมีการเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางวิทยุสื่อสาร ให้ไปพบที่ห้องทำงาน
ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน มาเชิญ นายเจษฎา ไปชี้แจงในห้องทำงานฝ่ายสืบสวนว่า ตำรวจสายสืบทำงานตลอดเวลา ไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด เพราะทราบว่า นายเอก มีคดีทำร้ายร่างกายและมีหมายจับติดตัวอยู่ อีกทั้งเคยก่อเหตุจนถูกตัดสินต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง จึงตามจับอย่างกระชั้นชิด แต่ก็คลาดกันทุกครั้ง แม้แต่เมื่อคืนก็เกือบจะได้ตัวเหมือนกัน แต่ นายเอก เกิดไหวตัวทัน หลบหนีไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ชุดสายสืบก็ตามไปทันทีเหมือนกัน คาดว่าจะจับตัวได้เร็วๆ นี้ และเมื่อจับตัวได้จึงจะรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น อีกทั้งพนักงานสอบสวนก็รับเรื่องแจ้งความไว้แล้วด้วย จึงไม่ต้องรอหมายจับจากศาลอย่างที่นายเจษฎาเข้าใจ ยืนยันว่าทำงานตลอดเวลาอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ครองชัย ชี้แจงนายเจษฎาเช่นเดียวกันว่า งานสอบสวน ก็ทำการเสาะหาพยานหลักฐานควบคู่ไปกับงานสืบสวนตลอดเวลา โดยเฉพาะรายนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ถ้ารู้ความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาเช่นนี้ สามารถแจ้งตำรวจไปจับกุมตัวได้ทันที ไม่ต้องรอหมายจับจากศาล และถ้าติดต่อตำรวจด่านขุนทดไม่ได้ ให้โทร.สายด่วน 191 ก็จะรับแจ้งและส่งเรื่องถึงตำรวจด่านขุนทด ได้รวดเร็วเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อนายเจษฎา ได้รับการชี้แจงจนเข้าใจ และกลับไปเฝ้าดูอาการของหลานชายที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ด้วยความสบายใจ รอฟังข่าวดีการจับกุมผู้ต้องหาของตำรวจต่อไป.