รวบหนุ่มวัย 16 ปี ชักปืนปากกายิงคู่อริต่างสถาบันย่านปทุมธานี ขณะยืนบนบันไดรถสองแถว เจ็บ 2 ราย อ้าง ฉุนโดนเย้ย “มีปืนแล้วไม่ยิงจะมีไว้ทำไม”
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 26 พ.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีนักเรียนถูกยิงบนรถสองแถวประจำทาง ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนปทุมธานี-สามโคก จากนั้นรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมเกียรติ สีมาคุปต์ รอง ผกก.ป.สภ.สามโคก พ.ต.ท.ไชยันต์ ดาวเรือง รอง ผกก.สส.สภ.สามโคก นายไพรัตน์ ลิ้มสกุล นอภ.สามโคก เจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุใกล้ปากทางวัดสะแก พบเพียงหยดเลือด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีนำส่ง รพ.ปทุมธานี
จากการสอบถามพยานทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุอยู่บนรถประจำทางเลขข้างรถ 83 วิ่งระหว่าง นนทบุรี-บ้านแพน และหลังก่อเหตุรถคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จึงประสานไปยังตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อช่วยสกัดรถเมล์คันดังกล่าว ก่อนรุดไปตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บที่ รพ. พบผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นายวชิระ แสงภักดี อายุ 17 ปี ถูกยิงเข้าที่แก้มขวาทะลุใต้กกหู และนายเอกณัฐ สุขศรีจันทร์ อายุ 16 ปี ถูกยิงที่ใต้วงแขนขวากระสุนทะลุ หลังแพทย์รักษาสอบสวน นายวชิระ ให้การว่า ตนและเพื่อนเป็นนักเรียนสถาบันแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี และก่อนเกิดเหตุขึ้นรถสองแถวสายดังกล่าวโดยยืนอยู่ตรงบันไดรถ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุและรถจอดอยู่ มีรถเมล์ขับแซงขึ้นไปและเห็นกลุ่มนักเรียนอีกสถาบันอยู่ในรถจำนวนมาก จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นตนรีบก้มลง แต่กระสุนเข้าที่แก้มและทะลุไปถูก นายเอกณัฐ ส่วนรถเมล์ก็ขับมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองปทุมธานี ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบเพราะเพิ่งจะย้ายมาเรียนไม่ถึง 1 สัปดาห์
...
ต่อมาได้รับแจ้งจาก สภ.เมืองปทุมธานี ว่าสกัดรถเมล์ที่มีกลุ่มนักเรียนจำนวนมากได้ที่บริเวณท่ารถประจำทางหน้าธนาคารออมสิน สาขาปทุมธานี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบนักเรียน 12 คน เป็นชาย 11 คน ตรวจค้นพบปืนปากกาพร้อมกระสุนขนาด .22 จำนวน 1 นัด ซุกซ่อนไว้ในกระป๋องล้างรถใต้เบาะหลัง เบื้องต้นไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ จึงนำตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.สามโคก จากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ ศพฐ.1 จ.ปทุมธานี ตรวจคราบเขม่าจากกลุ่มนักเรียนต้องสงสัย แต่ระหว่างนั้น นายปั่น (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เรียนชั้น ปวช.2 ยอมรับสารภาพว่าปืนเป็นของตนและเป็นคนยิงคู่อริ สาเหตุมาจากถูก นายเอกณัฐ ซึ่งบ้านอยู่ในละแวกเดียวกันแต่เรียนคนละสถาบันมาพูดเยาะเย้ยว่า “มีปืนแล้วไม่ยิงจะมีไว้ทำไม” ทำให้ตนไม่พอใจ และบังเอิญวันนี้เห็น นายเอกณัฐ ยืนอยู่ตรงบันไดรถสองแถวจึงชักปืนออกมายิง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปดำเนินคดี.