ผบ.ตร.ทำหนังสือถึงรัฐบาล เห็นด้วยยกระดับขยาย บก.ปอท.ครอบคลุมทั่วประเทศ หวังต่อกรคนร้าย อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และช่วยเหลือประชาชนที่เข้าถึงและตกเป็นเหยื่อ...

วันที่ 6 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีหนังสือ ที่ ตช 0026(12)03/1515 ลง 4 พ.ค.2560 ถึง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี / ประธานกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่ายฯ ว่า ตามที่คณะกรรมการประสานงาน รวม 3 ฝ่าย ได้ประชุมและสรุปผลการประชุมครั้งที่ 14 /2559 เมื่อวันพุธที่ 11 พ.ค.2559 แล้วนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นด้วยในหลักการที่จะให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยจะนำผลการประชุมของคณะกรรมการประสานงาน รวม 3 ฝ่าย มาประกอบการศึกษาวิเคราะห์รายละเอียดโครงสร้างของหน่วย เพื่อให้มีความครอบคลุมในส่วนภูมิภาค และจะได้นำเรียนแนวทางการดำเนินการตามผลการศึกษาให้ทราบโดยด่วนต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่ายได้ให้ข้อมูลว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) มีข้อจำกัดในการดำเนินงานด้านการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) จึงมุ่งเน้นให้อำนาจหน้าที่ในการสืบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ไปอยู่ที่ สตช.

อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก ซึ่งข้อเสนอนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบในทุกมิติ โดยเห็นว่าประเด็นข้อเสนอเรื่องนี้ควรจะต้องตกผลึกในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน

นอกจากนี้กฎหมายว่าด้วยการรักษาความั่นคงปลอดภัยไซเบอร์นั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ตกผลึก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องพิจารณาและรับฟังการตัดสินใจเชิงนโยบายประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความละเอียดอ่อนการปฏิรูปเรื่องดังกล่าวควรอยู่ที่กระทรวงดิจิทัลฯ มากกว่า เนื่องจากมติ ครม.ได้มอบหมายให้ ปอท.รับภารกิจเพียงชั่วคราวเท่านั้น เป็นการนำอำนาจปกครองมาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยงานบริหารที่ต้องดำเนินงาน หากมีการปรับโครงสร้าง ปอท.ตามข้อเสนอ หน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินงานในลักษณะนี้ก็จะต้องปรับขยายโครงสร้างไปเรื่องอื่นๆ ด้วย

...

ประเด็นนี้ทาง กระทรวงดิจิทัลฯ ยินดีให้ ปอท.ปฏิบัติภารกิจในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งสนับสนุนให้ บก.ปอท.ปรับโครงสร้างตามที่เสนอ นอกจากนี้ บก.ปอท.เป็นหน่วยงานหลักในภารกิจป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงสมควรต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สามารถปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับหน่วยงานอื่นที่อาจมีภารกิจคล้ายคลึงกัน สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับ บก.ปอท.โดยจะปรับโครงสร้างหรือไม่ก็ได้

ส่วน บก.ปอท.เห็นว่า ควรให้มีการปรับโครงสร้างของ บก.ปอท.เนื่องจากปัจจุบัน ปอท.มีภารกิจเพิ่มมากขึ้น ดังนี้-ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มีความหลากหลายกว้างขวางมาก-วิธีการกระทำความผิดของคนร้ายมีความซับซ้อนมากขึ้น-ประชาชนมีการเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้มีการใช้เทคโนโลยีในการกระทำความผิดเพิ่มมากขึ้น-ประชาชนเป็นเหยื่อและได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น-พฤติกรรมการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมักมีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน การแยกการดำเนินการภายใต้ลักษณะความผิดอาจทำให้เกิดความสับสน ดังนั้น การแบ่งหน่วยงานในรูปของพื้นที่จึงเป็นการดำเนินการที่ครอบคลุมและสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ.