“พล.ต.ท.ฐิติราช” สั่งชุดสืบสวนบก.ปคบ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มาบริษัท “แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง” หลัง “ซินแสโชกุน” นำเข้าอาหารเสริมมาขายไม่ได้รับอนุญาต ฉลากไม่ถูกต้อง รายละเอียดไม่ชัดเจน ไม่ผ่านเกณฑ์ อย.
จากกรณี "ซินแสโชกุน" หรือ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ กรรมการบริหาร บริษัท เวลท์เอเวอร์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งถูกจับกุมได้ที่ จ.ระนอง ระหว่างหลบหนี ภายหลังจัดทัวร์ญี่ปุ่นแบบขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำแล้วลอยแพผู้เสียหายนับพันคน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะนี้ถูกคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายต่างทยอยนำหลักฐานเข้าพบตร. เพื่อแจ้งความอย่างต่อเนื่องนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 เม.ย.60 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสรุปตัวเลขผู้เสียหายจากทั่วประเทศ เพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนคดี ในส่วนของกองบังคับการปราบปรามมีผู้เสียหายแจ้งความแล้วล่าสุด ประมาณ 430 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท และภายในสัปดาห์หน้าจะมีประชุมความคืบหน้าคดีดังกล่าว ส่วนการติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย จากการสอบปากคำบุคคลระดับแม่ข่าย บางคนยินดีนำโทรศัพท์ และทองคำ ที่ ซินแสโชกุน ใช้เป็นรางวัลจูงใจมาคืนเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยจะนำทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้มาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายต่อไป
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางบก.ปคบ. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. , บก.ปอศ., บก.ปอท. และสคบ. นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค 71/2560 ลงวันที่ 18 เม.ย.2560 เข้าตรวจค้นบริษัท แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 219 ชั้น 18 อาคารอโศก ทาวเวอร์ ถนนอโศก แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา เบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนถูกต้อง และได้ยึดผลิตภัณฑ์ยาอาหารเสริม “มาสเตอร์มายด์” (MASTERMIND) กว่า 200 กระปุก และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เจเนซิส (GENESIS) 22 กระปุก โดยนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งสองชนิดส่งให้นักวิชาการอาหารและยา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไปทำการตรวจสอบ
...
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งสองยี่ห้อ มีการนำเข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง อีกทั้งฉลากอาหารปรากฏว่ามีข้อความแสดงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเสริมอาหาร จัดเป็นอาหารตามกฎหมาย มีแหล่งผลิตจากประเทศแคนาดา จากการตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มาสเตอร์มายด์ ไม่พบข้อมูลว่าบริษัท แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการขออนุญาตนำเข้าอาหารดังกล่าวเพื่อจำหน่ายต่อคณะกรรมการอาหารและยา
ทั้งนี้เข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 15 และ 53 มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกับการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปรากฏว่าฉลากมีการแสดงไม่ถูกต้อง คือข้อความไม่แสดงเป็นภาษาไทย ไม่มีเลขสารบบอาหาร ผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่าย ซึ่งมีความผิดฐานนำเข้าหรือจำหน่ายอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ตามพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
มีรายงานว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้สั่งการให้พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. และชุดสืบสวน บก.ปคบ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงที่มาของบริษัท แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หลังพบข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวจำหน่ายยาอาหารเสริมโดยไม่ได้รับอนุญาต จากแนวทางการสืบสวนสอดรับกับคำให้การของซินแสโซกุน ที่ให้การว่า บริษัท แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศแคนาดา และมีการมาเปิดสาขาในทวีปเอเชีย โดยก่อนหน้านี้ซินแสโชกุนได้สั่งซื้อนำเข้าอาหารเสริม “มาสเตอร์มายด์” (MASTERMIND) จากบริษัทย่อยที่สาขาฮ่องกง ต่อมาทราบว่านายสตีเฟ่น ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายได้มาเปิดสาขาที่ประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงได้ติดต่อสั่งซื้อโดยผ่านนายเมธาวัฒน์ ภัครวิภลธรณ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทดังกล่าวในประเทศไทย
นอกจากนี้แนวทางการสืบสวนยังพบอีกว่า ในช่วงการจดทะเบียนบริษัท ทางตัวแทนบริษัทดังกล่าวในไทยได้ไปยื่นจดทะเบียนขอนำเข้าผลิตภัณฑ์ของบริษัททั้ง 5 ตัว ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้ง 5 ชนิด ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรการฐานการรับรองจากอย. แต่กลับมีการลักลอบจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม บก.ปคบ. ได้เชิญตัว นายเมธาวัฒน์ ภัครวิภลธรณ์ อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทแอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มาสอบปากคำถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.