ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำทีมคุมตัวแท็กซี่หื่นบังคับสาวพม่าอมเจ้าโลก ชี้จุดเกิดเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะเจ้าตัวรับเพิ่ม พยายามข่มขืนอนาจารจริง ก่อนเจ้าหน้าที่พาฝากขังศาลอาญารัชดาทันที

วันนี้ 7 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้ควบคุมตัวนายคมสรรณ์ โตทิม อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่หื่นทำร้ายร่างกายหญิงสาวชาวเมียนมาหวังจะข่มขืนและบังคับให้ทำออรัลเซ็กซ์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณพื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้เก็บคานสะพานลอยของกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาได้ขับรถพาผู้เสียหายมาเพื่อหวังจะชิงทรัพย์และข่มขืน หลังจากที่ได้รับผู้เสียหายมาจากซอยอุดมเกียรติ ย่านสุทธิสาร เพื่อไปส่งย่านถนนพัฒนาการ

โดยในช่วงเช้า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืน หวังเพียงชิงทรัพย์เท่านั้น แต่ได้ให้การรับสารภาพเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากจำนนต่อพยานหลักฐาน

นายคมสรรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่ไม่ยอมรับสารภาพ เนื่องจากต้องการเพียงแค่จะชิงทรัพย์เท่านั้น แต่เกิดความโมโหที่ผู้เสียหายขัดขืนและมาบีบลูกกระเดือก จึงลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อที่จะข่มขืน แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผู้เสียหายมีประจำเดือน จึงให้สำเร็จความใคร่ด้วยปากแทน แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากผู้เสียหายได้ใช้ปากกัดที่อวัยวะเพศ จึงปฏิเสธในข้อหาข่มขืน

นายคมสรรณ์ฝากขอโทษไปยังผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ ที่ทำให้เกิดความเสียหาย และขอให้สังคมมองว่าตนเองเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำให้เสียชื่อเสียง

จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาในข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

...

ต่อมา เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.ศิริพงษ์ ลาพานิช พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง นำตัว นายคมสรรณ์ โตทิม อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ผู้ต้องหาข่มขืนสาวชาวพม่า ไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณถนนเทียมร่วมมิตร โดยเบื้องต้น พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี

ทั้งนี้ นายคมสรรณ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และชิงทรัพย์

ซึ่งต่อมา ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ไม่มีญาติมายื่นคำร้อง และหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัว นายคมสรรณ์ ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป.