กีฬา
100 year

มือปืนยิงสาว สกสค. มอบตัวหลังหนีไปอ่างทอง สารภาพวิญญาณตามหลอน (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์3 เม.ย. 2560 19:42 น.
SHARE

"จำลอง พุ่มมาลัย" พนักงานขับรถ สกสค.ที่บุกยิงสาวการเงินซี 4 สังกัดเดียวกัน ดับ คาสนามหญ้ากระทรวงศึกษาฯ เข้ามอบตัวกับตำรวจสืบสวนภาค 7 แล้ว หลังหนีไปกบดานอยู่บ้านเมียเก่า อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ด้านเจ้าตัวสารภาพสิ้น ถูกวิญญาณผู้ตายตามหลอกหลอนจนนอนไม่หลับ

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วาสนา บุราคร อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ซี 4 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทะเบียนคลังของ (สกสค.) เสียชีวิต บริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงภายในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ถนนราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. เมื่อช่วงเย็น วันที่ 28 มี.ค. 60 ที่ผ่านมา ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป สอบสวนทราบว่าคนร้ายคือ นายจำลอง หรือ ขาว พุ่มมาลัย อายุ 49 ปี ทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ที่เดียวกับผู้ตาย และเป็นอดีตแฟน ได้เข้ามาพูดคุยง้อขอคืนดีก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ 3 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำลอง หรือ ขาว พุ่มมาลัย ฆาตกรที่สังหาร น.ส.วาสนา บุราคร ติดต่อขอมอบตัวกับ ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 7 โดยญาติของนายจำลองได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 โดยขอให้มารับตัวที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี จากนั้นได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ ผกก.สส.1 ภาค 7 นำกำลังไปที่ อ.สามชุก ควบคุมตัว แต่ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงกลับไม่พบตัว นายจำลอง ผู้ต้องหา จึงติดต่อกลับไปหาญาติของนายจำลองอีกครั้งหนึ่ง ได้รับแจ้งว่า นายจำลอง กลัวว่าญาติของ น.ส.วาสนา จะรู้ และเข้ารุมทำร้าย จึงขอให้มารับตัวที่บ้านญาติของนายจำลอง ที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายจำลอง โดยมีญาติคอยดูอยู่ พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ มอบให้กับชุดจับกุม จากนั้นได้นำตัวมาที่ บก.ภาค 7 เพื่อให้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผวช.ภ.7 สอบสวน

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ในการสอบถาม นายจำลอง ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพหมดเปลือกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชนวนในการสังหารหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่  นายจำลอง กับ น.ส.วาสนา อยู่กินกันมาได้ 2-3 ปี ในระหว่างที่คบกันนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย ตนเองเดือดร้อนเรื่องเงินก็ขอให้ น.ส.วาสนา ทำเรื่องขอกู้ให้เพราะฝ่ายหญิงทำงานอยู่ ฝ่ายหญิงต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ อ้างว่าใช้รถยนต์เปลืองน้ำมัน และรถติด นายจำลองก็ซื้อรถจักรยานยนต์ให้ ในราคากว่า 1 แสนบาท โดยซื้อเป็นชื่อของ น.ส.วาสนา ซึ่งนำรถจอดไว้ที่ทำงานเผื่อใช้ร่วมกัน จนกระทั่งเมื่อเดือนเศษที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงจับได้ว่านายจำลองมีครอบครัวแล้ว ประกอบกับเป็นจังหวะเดียวกับที่ น.ส.วาสนา คิดตีตัวจากเพราะมีชายคนใหม่มาติดพัน เพราะนายจำลองจับได้จากโทรศัพท์มือถือของ น.ส.วาสนา ที่มีการติดต่อกันผ่านไลน์ และเคยถาม น.ส.วาสนา หลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมรับ

จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ที่สำนักงานคุรุสภา เกิดยางรั่ว นายจำลองเห็นว่ารถยางรั่ว จึงนำรถจักรยานยนต์ไปปะยาง น.ส.วาสนา มาทำงานไม่พบรถจักรยานยนต์จึงสอบถามจากคนที่ทำงาน มีคนเห็นว่านายจำลองจูงรถจักรยานยนต์ออกไป น.ส.วาสนา ซึ่งระแวงกลัวนายจำลองจะมาเอารถคืน จึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิต ตำรวจจึงเชิญตัวนายจำลองมาสอบปากคำ นายจำลองก็พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบรถที่ยังอยู่ที่ร้านซ่อม ตำรวจจึงติดต่อไปที่ น.ส.วาสนา ให้ทราบว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร และให้มาตกลงกันเพื่อถอนแจ้งความ แต่ น.ส.วาสนา ไม่ไป โดยมาขอรับรถวันหลังแล้วนำกลับไปจอดที่คุรุสภาเหมือนเดิม

ผบช.ภ.7 เผยต่อว่า ประเด็นต่อไปคือ นายจำลอง หลังจากที่มีเรื่องระหองระแหงกันแล้ว นายจำลอง ก็เอ่ยปากจะขอทำเรื่องกู้สหกรณ์นำไปใช้หนี้สิน โดย น.ส.วาสนา นั้นเป็นผู้รับเรื่อง แต่ไม่ยอมทำเรื่องกู้ให้ เก็บเรื่องเงียบ นายจำลองสอบถามไปหลายครั้งก็ได้รับคำตอบว่ายังทำเรื่องไม่เสร็จ ซึ่งผิดกับแต่ก่อน เมื่อทำเรื่องขอกู้ น.ส.วาสนา จะทำเรื่องให้ทันที จนความกดดันเกิดขึ้น เมื่อวันเกิดเหตุ นายจำลอง ได้ลางาน ไปซื้อเหล้ามาดื่ม 2 ขวด จนเมาจนกระทั่งตอนเที่ยงรอให้ น.ส.วาสนา พักเดินออกมาทานข้าวด้านนอกอาคาร จึงเข้าไปพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจหลายอย่าง ว่าไม่ทำเรื่องกู้เงินให้ แถมยังแจ้งจับหาว่าขโมยรถ จยย.อีก ขอร้องให้ น.ส.วาสนากลับมาเหมือนเดิม แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วยเดินหนีเข้าห้องทำงาน นายจำลองจึงกลับไปบ้าน มาดักรออีกครั้งตอนเลิกงาน แต่ครั้งนี้เอาปืนติดตัวมาด้วย

จนกระทั่งเลิกงานตอนเย็น น.ส.วาสนา เดินมาจะขึ้นรถ นายจำลองจึงเดินเข้าไปหาบอกว่าจะขอคุยด้วย และก็ยังถามเรื่องเดิมว่ามีชายคนใหม่แล้วใช่ไหม จะขอกลับมาคืนดีอีก ฝ่ายหญิงก็ตอบปฏิเสธว่าไม่มี แต่ที่เลิกเพราะนายจำลองมีครอบครัวแล้ว นายจำลอง จึงทำทีขอยืมโทรศัพท์มือถือ โดยจะบอกกับทางบ้านว่าเลิกกับ น.ส.วาสนา แล้ว และจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก น.ส.วาสนา เลยยื่นโทรศัพท์มือถือให้ นายจำลองเลยถือโอกาสเปิดดูในแชตไลน์ แล้วพบว่ามีการติดต่อกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยความโมโหเลยชักปืนที่พกมายิงใส่ทันที เมื่อเห็น น.ส.วาสนา ล้มลง นายจำลองก็คิดว่าจะฆ่าตัวตายตาม ใช้ปืนจ่อที่ขมับ ปรากฏว่ามีเพื่อนที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ขับรถเช่นกันเห็นเข้าได้วิ่งเข้ามาแล้วตะโกนให้คนช่วย ด้วยความตกใจเลยวิ่งเตลิดหนี และโทรศัพท์ให้คนมารับอีกทอด หนีมาที่บ้านภรรยาเก่า ซึ่งอยู่ที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง แล้วเล่าเรื่องให้ภรรยาฟังก่อนเตลิดไปนอนพักตามโรงแรม รีสอร์ตหลายแห่งในพื้นที่สุพรรณบุรี

จากนั้นก็บอกญาติให้ช่วยติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ ภาค 7 เพราะนอนไม่หลับ มองเห็นแต่ น.ส.วาสนา มาหลอกหลอน เลยติดต่อขอมอบตัวดังกล่าว หลังจากที่ นายจำลอง รับสารภาพแล้ว ได้นำตัวมาแถลงข่าวก่อนส่งมอบตัวให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ที่มารอรับตัวหลังทราบว่านายจำลองมอบตัว เพื่อนำตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าคนร้ายจ่อยิง 'สาวสกสค.' ดับคาสนามหญ้า น.1 ลั่น รีบมอบตัวด่วน

หึง-ยิงโหด สาวซี4 ‘สกสค.’ คนขับรถมือปืน-รัว 3 นัดดับหน้าสนง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยิงสาวคุรุสภายิงสาว สกสค.มือปืนมอบตัวติดต่อมอบตัวจำลอง พุ่มมาลัย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED