“พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์” ลั่นสอบคดีเงิน “มูลนิธิองค์กรทำดี” ยึดหลักฐาน-ให้ความเป็นธรรม “บุ๋ม ปนัดดา” ย้ำไร้ต่อรอง  ชัดเจนไม่เกินศุกร์นี้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พ.ย. 2569 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 10 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมยื่นขออำนาจศาลออกหมายจับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินบริจาค จากบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" โดยนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ว่า ในวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) อีกครั้ง เพื่อสรุปสถานะทางคดีและพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของ บก.ปอศ. จะรับผิดชอบดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชนเป็นหลัก หากการสืบสวนสอบสวนพบความผิดปรากฏชัดเจนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีพฤติการณ์หลอกลวงอย่างไร และมีเส้นทางการโอนเงินไปยังบุคคลใดบ้าง ส่วนกรณีคดีที่ดินในพื้นที่ จ.นครนายก ที่ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม" ถูกแจ้งความดำเนินคดีไว้ในท้องที่นั้น ทาง บช.ก. จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายควบคู่กันไป

สำหรับกรณีที่ น.ส.ปนัดดา ได้ทำหนังสือส่งถึง ผบช.ก. ลงวันที่ 3 พ.ย. 2569 เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์และพร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หนังสือฉบับดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด แต่ขอยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำให้ "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" โดยถือว่า น.ส.ปนัดดา คือประชาชนคนหนึ่งที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วไป และจะไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตำรวจสอบสวนกลางต่อรองไม่ได้

ส่วนกรณีที่ น.ส.ปนัดดา เดินทางไปแจ้งความข้อหาร่วมกันฉ้อโกงต่อนายอธิป หรือก๊อต สามี และช่างเอ๋ ว่าจะเป็นการแจ้งความเพื่อแก้เกี้ยวหรือไม่นั้น ผบช.ก. ระบุว่า ขอให้เป็นเรื่องของคู่กรณีไปว่ากันตามกฎหมาย เช่นเดียวกับข้ออ้างเรื่องการขอโอกาสอยู่ข้างนอกเพื่อหาเงินมาชดใช้คืนมูลนิธิฯ และภาระที่ต้องดูแลลูกที่ยังเล็ก ซึ่งจะนำมาใช้เป็นเหตุผลขอประกันตัวชั่วคราวได้หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีและพยานหลักฐานทั้งหมดเป็นหลัก

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เผยต่อว่า ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากพยานบุคคลหลายปาก และได้ดำเนินการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องที่ดินไปพอสมควรแล้ว ส่วนความพร้อมในการยื่นขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มแรกจำนวน 2–3 รายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความแน่นหนาของพยานหลักฐาน โดยคาดว่า "ไม่เกินวันศุกร์นี้จะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน"

สำหรับกระแสข่าวว่า น.ส.ปนัดดา อาจเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเองในวันนี้นั้น ผบช.ก. ชี้แจงว่า ทางตำรวจมีขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายรองรับอยู่แล้ว หากเดินทางมาจริงก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอน ส่วนดุลยพินิจเรื่องการจะคัดค้านหรืออนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน จะเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทำงานสอบสวน บก.ปอศ.

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวยอมรับด้วยว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่สังคมจับตามอง จึงได้มีการประสานและหารือร่วมกับฝ่ายตุลาการและพนักงานอัยการอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบกับพฤติการณ์อย่างรอบด้าน ส่วนข้อสังเกตของนักกฎหมายที่มองว่าพฤติการณ์อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์มากกว่าฉ้อโกงประชาชนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดพฤติกรรมภาพรวมทั้งหมด ไม่ได้พิจารณาแยกเป็นรายกรณี ซึ่งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.