“สตม.” แท็กทีม “กรมการปกครอง” เปิดปฏิบัติการ “ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์” รวบ 2 เครือข่าย สวมสัญชาติไทยให้ลูกชาวจีน พบพ่อจีนหนีคดีฉ้อโกง–ฟอกเงิน มูลค่า 2,500 ล้านบาท

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ พล.ต.ต.ปิยอนันต์ โตสกุลวงศ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก และ พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 พร้อมด้วย สนธิกำลังกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E เปิดปฏิบัติการ “ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังสืบพบขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ใช้ชายไทยรับรองเป็นบิดาเด็กที่มีพ่อแม่ชาวต่างชาติ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

คดีแรก วันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนามบินสุวรรณภูมิ พบ นายรัฐพล อายุ 40 ปี ชาวไทย เดินทางพร้อม นางหยิงเสวีย อายุ 26 ปี ชาวจีน และเด็กชายวัย 8 เดือน ซึ่งถือสัญชาติไทย แต่ทั้งคู่มีพิรุธและไม่สามารถให้รายละเอียดชีวิตครอบครัวได้ชัดเจน

จากการสืบสวนพบว่า บิดาที่แท้จริงคือ นายไห่เทา อายุ 32 ปี ชาวจีน ทำงานเกี่ยวกับบริษัทคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ซึ่งมีหมายจับจากประเทศจีนในคดีฉ้อโกง อ้างเป็นนายหน้าหลอกฝากเด็กเข้าโรงเรียน โดยตำรวจพบหลักฐานเชื่อว่า นายไห่เทาและนางหยิงเสวีย วางแผนมาคลอดบุตรในไทย ก่อนให้นายรัฐพลรับรองเป็นบิดาเพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทย ตำรวจจึงขอศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับทั้ง 3 ราย ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตามความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อความเท็จและใช้หลักฐานเท็จทางทะเบียนราษฎร ก่อนติดตามจับกุมได้ทั้งหมด


คดีที่สอง วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ พบ นางเซียงจุน อายุ 31 ปี ชาวจีน เตรียมเดินทางออกนอกประเทศพร้อมลูกชายวัย 2 ปี โดยหญิงรายนี้ถือวีซ่าอุปการะบุตรไทย ตรวจสอบพบว่าเด็กมีสูติบัตร 2 ฉบับ ฉบับแรกระบุเป็นเด็กสัญชาติไทย มี นายฉัตรมงคล อายุ 26 ปี เป็นบิดา และ นางทองสม อายุ 53 ปี เป็นผู้รับรองการเกิด ส่วนอีกฉบับระบุเป็นเด็กต่างชาติ มี นายเยี่ยมจุม อายุ 32 ปี ชาวจีน เป็นบิดา โดยใช้หนังสือรับรองการเกิดของโรงพยาบาลที่ถูกปลอมขึ้นทั้งฉบับ จากการสืบสวนพบว่า นายฉัตรมงคลไม่ใช่บิดาที่แท้จริง แต่เป็นนายเยี่ยมจุม ตำรวจจึงขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ได้แก่ นายเยี่ยมจุม นางเซียงจุน นายฉัตรมงคล และนางทองสม ในข้อหาเกี่ยวกับการใช้หลักฐานเท็จและแจ้งข้อความเท็จทางทะเบียนราษฎร

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายเยี่ยมจุม มีหมายจับจากตำรวจจีนในคดีเกี่ยวกับบัญชีและฟอกเงิน เชื่อมโยงบัญชีกว่า 133 บัญชี มูลค่าความเสียหายประมาณ 500 ล้านหยวน หรือ 2,500 ล้านบาท ขณะที่ด้านกรมการปกครองได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายวิวัธชัย เจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนแจ้งเกิดในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมมีความเห็นให้ออกจากราชการไว้ก่อน

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลขบวนการใช้ “พ่อไทยทิพย์” สวมสิทธิให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย โดยพบความเชื่อมโยงกับชาวจีนที่มีหมายจับในต่างประเทศ และการใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้สิทธิทางทะเบียนโดยมิชอบ