ผู้การ ปอศ. เผยพฤติการณ์ "บุ๋ม ปนัดดา" ส่อเข้าข่ายความผิด 3 ข้อหา ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วน "ก๊อต" สามี อาจเข้าข่ายเอี่ยวฟอกเงิน จ่อออกหมายเรียกคณะกรรมการมูลนิธิฯ ทั้งหมดเข้าให้ปากคำเพิ่ม
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดีว่า วันนี้ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้เชี่ยวชาญ และสื่อมวลชนเข้ามาให้ปากคำ 2 ราย คือ นายพุทธ อภิวรรณ และ นายภูดิษ กำเนิดพลอย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินบริจาคทั้งหมดที่ส่งมอบให้มูลนิธิฯ
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า จากการรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้น ตำรวจได้วางแนวทางการดำเนินคดีไว้ 3 ฐานความผิดหลัก ได้แก่ 1. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน 2. ความผิดฐานฟอกเงิน 3. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ปนัดดา อาจมีพฤติการณ์เชื่อมโยงและเข้าข่ายความผิดครบทั้ง 3 ข้อหา ส่วน นายอธิป หรือ "ก๊อต" สามี หากสอบสวนพบว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิดในฐานฉ้อโกงประชาชน อาจเข้าข่ายความผิดในข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน อีก 1 ข้อหา
หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เตรียมจะออกหมายเรียกคณะกรรมการมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายพุทธ อภิวรรณ ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีการมอบเงินบริจาคจำนวน 800,000 บาท ให้แก่ "มูลนิธิองค์กรทำดี" โดยนายพุทธระบุเพียงสั้นๆ ก่อนเข้าห้องสอบสวนว่า รายละเอียดและรายละเอียดเชิงลึกทั้งหมด ขอเข้าไปชี้แจงและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน
นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายภูดิษ กำเนิดพลอย หรือ "หนุ่ม กรรชัย" เตรียมจะเดินทางเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในคดีเดียวกันในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการจัดรายการ “โหนกระแส”


