“ออยศรี” เผย แจ้งความดำเนินคดีองค์กรทำดีตามพยานหลักฐาน ยันไม่รับงานนักการเมืองทำร้ายใคร ปมโอนบริจาค 1 พันบาท ไม่ใช่การล่อซื้อ

วันที่ 1 พ.ย. 69 ความคืบหน้ากรณี นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “ออยศรีและผองเผือก” ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี "บุ๋ม" ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธานมูลนิธิฯ

ล่าสุด ออยศรี เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรณีที่ตนเคยโอนเงินบริจาคจำนวน 1,000 บาท เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ว่า การแจ้งความครั้งนี้ตนต้องการให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามพยานหลักฐาน ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวคุณบุ๋มเพียงคนเดียว โดยเฉพาะประเด็นที่คุณบุ๋มชี้แจงว่า บัญชีที่มีการโอนเงินไปไม่ใช่บัญชีมูลนิธิโดยตรง แต่มีมติของคณะกรรมการรับรองให้ใช้บัญชีดังกล่าวได้ ตนจึงมองว่ากรรมการทุกคนที่มีส่วนร่วมในการลงมติอนุมัติ ก็ควรต้องถูกตรวจสอบความรับผิดชอบร่วมกันด้วย

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงระเบียบการเบิกจ่ายเงินจำนวนเกินกว่า 500,000 บาท ซึ่งตามหลักการต้องผ่านมติคณะกรรมการรองรับ พร้อมตั้งคำถามว่า หากคุณบุ๋มและสามีอ้างว่าไม่ทราบเรื่องการโอนเงิน เหตุใดจึงปรากฏยอดเงินโอนเข้าบัญชีของสามีได้ ดังนั้น จึงไม่ควรมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งออกมารับผิดชอบเพียงลำพัง แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งฝั่งผู้โอน ผู้รับเงิน และเส้นทางการนำเงินไปใช้จ่ายจริง ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอธิป หรือ “ก๊อต” สามีของคุณบุ๋มนั้น ตนไม่สนใจประเด็นความสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่จะเกาะติดเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงินและประเด็นที่ดินเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ออยศรี ยังตั้งคำถามถึงกรณีที่คุณบุ๋มระบุว่าไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างของมูลนิธิฯ ซึ่งตนมองว่าในฐานะประธานมูลนิธิที่ถือเงินบริจาคของประชาชน ควรต้องรู้รายละเอียดการว่าจ้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญา การขอใช้พื้นที่ และการอนุมัติงบประมาณ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยว่าใครเป็นผู้รับจ้างและใครเป็นผู้อนุมัติโครงการดังกล่าว

สำหรับข้อครหาที่ว่า การโอนเงินบริจาค 1,000 บาท เมื่อเดือนธันวาคม 2568 เป็นการวางแผน "ล่อซื้อ" หรือไม่นั้น ออยศรี ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ใช่การวางงานล่วงหน้าแต่อย่างใด ในอดีตตนชื่นชมการทำงานช่วยเหลือสังคมของคุณบุ๋มมาโดยตลอด แม้กระทั่งช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ก็ยังลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน ตนจึงร่วมบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ภายหลังพบความผิดปกติของชื่อบัญชีรับบริจาค จึงนำข้อมูลมาเปิดเผยเพื่อเรียกร้องความโปร่งใส พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง "รับงาน" โจมตี โดยท้าทายว่าหากใครมีหลักฐานว่าตนรับเงินมารับงาน ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที

ส่วนกระแสข่าวที่เชื่อมโยงว่าตนรับงานจากกลุ่มการเมือง ออยศรี ชี้แจงว่า ตนไม่เคยมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้สำนักงานของตนจะตั้งอยู่บนที่ดินของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รายหนึ่ง แต่เป็นเพียงความสัมพันธ์ในฐานะผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเท่านั้น ยอมรับว่ารู้จักและมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่อดีต สส. คนดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการบริจาคเงินและการออกมาตรวจสอบในครั้งนี้แต่อย่างใด

ด้าน นายภูวกร ศรีเนียน ตัวแทนจากภาคี HETA จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ตามกฎหมาย ทุกองค์กรและมูลนิธิต่างๆ มีหน้าที่ต้องส่งรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่าย (งบดุล) ประจำปีต่อกรมสรรพากรและนายทะเบียนฝ่ายปกครองเป็นประจำทุกสิ้นปี แม้ในทางปฏิบัติช่วง 1–3 ปีแรก ทางหน่วยงานราชการอาจจะมีการอะลุ่มอล่วยให้เนื่องจากเข้าใจว่ามีภารกิจ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 หากยังไม่มีการส่งงบดุล หน่วยงานรัฐจะต้องทำหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนของมูลนิธิองค์กรทำดีนั้น ยังไม่มีการยื่นส่งงบดุลในช่วงปี 2567 ถึง 2568 จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เข้ามากำกับดูแลและตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังและโปร่งใสต่อไป.