ตำรวจ ปคบ. ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นแหล่งขายเยลลี่ผสมกัญชา ยึดเยลลี่ผสมกัญชา ไม่มี อย. 90 ชิ้น มูลค่า 50,000 บาท หลังพ่อแม่ลูกกินเข้าไปแล้วเกร็ง ชักกระตุกรุนแรง
วันที่ 1 พ.ย. 69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. นำกำลังร่วมกับ เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, เภสัชกร มรกต จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์และการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นอาคารตึกแถวเลขที่ 188/25 ซอยรองเมือง 5 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. หลังพบว่าแหล่งกระจายสินค้าเยลลี่ผสมกัญชา
การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ว่าพบครอบครัว พ่อ แม่ ลูก 3 ราย ในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี รับประทานขนมผสมกัญชาแล้วเกิดอาการรุนแรง เกร็ง ชักกระตุก ไม่รู้สึกตัวจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนลูกเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ มีอาการซึมคาดว่าอาจรับประทานไปไม่มาก เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน
เนื่องจากเยลลี่ที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุดังกล่าวมีส่วนผสมของกัญชา ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วย อย.จึงได้สืบสวน ขยายผล จนพบว่ามีแหล่งจำหน่ายอาหารประเภทเยลลี่กัญชาในพื้นที่ ย่านบรรทัดทอง ลักษณะบรรจุภัณฑ์คล้ายกับขนมเยลลี่ที่มีขายทั่วไปสำหรับเด็ก เพื่อจูงใจกลุ่มผู้บริโภค โดยมีการโฆษณาจำหน่ายผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ
ต่อมาตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำหมายค้นของศาลแขวงปทุมวัน เข้าตรวจค้นอาคารดังกล่าว พบ น.ส.เสาวลักษณ์ นามวงษา อายุ 26 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น พบที่ชั้น 2 เปิดเป็นร้านขายกัญชาและช่อดอก มีผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเยลลี่ผสมกัญชา ไม่มีการแสดงฉลากภาษาไทยและไม่มีเลขสารบบอาหาร (อย.) จำนวน 90 ชิ้น มูลค่า 50,000 บาท จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
สอบถาม น.ส.เสาวลักษณ์ รับว่าเป็นลูกจ้างมีหน้าที่ ขายเยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชา ชิ้นละ 80 บาท โดยจะขายให้กับประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่สนใจ เปิดจำหน่ายมาแล้วประมาณ 1 ปี
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ข้อหาจำหน่ายสมุนไพรควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาผลิตและจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีพร้อมขยายผลหาเจ้าของร้านและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี รวมทั้งส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันผลตรวจหากพบตรวจวิเคราะห์พบ THC และ CBD เกินตามประกาศที่กำหนดไว้ จะได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป
ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า อย.มีความห่วงใยผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็ก ควรห้ามรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา สำหรับผู้ใหญ่หากจะรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา ควรเลือกซื้อรายการที่ผ่านการอนุญาต จาก อย.แล้ว สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ อย. อนุญาตต้องมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งต้องไม่เกิน 1.6 มิลลิกรัมต่อขวด/กล่อง/ซอง โดย อย.เข้มงวดในการพิจารณาสูตรส่วนประกอบ และได้กำหนดให้ฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา แสดงข้อแนะนำการบริโภคเพื่อความปลอดภัย เช่น “ไม่ควรบริโภคเกินวันละ 2 หน่วยบรรจุ (ขวด/กล่อง/ซอง)” และแสดงข้อความคำเตือนที่เห็นได้ชัดเจนบนฉลากผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน” “หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที” “ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสาร THC หรือ CBD ควรระวังในการรับประทาน”
จึงขอเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน ห้ามเด็กกินเยลลี่ผสมกัญชาที่ลักลอบผลิตและนำเข้าโดยไม่มีเลขสารบบอาหาร เสี่ยงอันตราย โดยให้สังเกตบนซองขนมไม่มีฉลากภาษาไทย และพบภาพสัญลักษณ์ หรือข้อความเกี่ยวกับกัญชา เช่น ภาพใบกัญชา ข้อความ Cannabis หรือ CA หรือ THC ไม่ควรเอามาบริโภคหรือรับประทาน
ดร.นพ.พงศธร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายสมุนไพรควบคุมกัญชา ของร้านจำหน่ายกัญชา โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ การใช้กัญชาในทางที่ผิด รวมถึงการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชา ตลอดจนควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการให้บริการให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว เน้นย้ำ ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับทุกคนที่มาเยือนจุดหมายปลายทางยอดนิยมหลายแห่ง ของประเทศไทย การลงพื้นที่ดำเนินการทุกครั้ง ไม่เพียงแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กระทรวงสาธารณสุขห่วงใยและไม่อยากให้เกิดการละเมิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของสังคมไทย
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้นำกัญชามาใช้ผิดวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ โดยผสมกับเยลลี่ คุ้กกี้ ขนมหรืออาหารประเภทต่างๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม มึนเมา การนำมาผสมในขนมที่มีลักษณะ สีสันน่ารับประทาน อาจทำให้เด็ก เยาวชน หรือประชาชนทั่วไปเข้าถึงง่าย และรับประทานโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดอันตรายตามที่ปรากฏเป็นข่าว และฝากความห่วงใยถึงผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังขนมประเภทต่างๆ ที่มีส่วนผสมของกัญชาที่อาจแพร่ระบาดไปยังชุมชนหรือใกล้สถานศึกษาทำให้เด็กหรือเยาวชนบริโภคโดยไม่รู้เท่าทัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวาดล้าง จับกุมอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค


