"ออยศรี" เข้าให้ปากคำตำรวจ หลังแจ้งความมูลนิธิองค์กรทำดี-บุ๋ม ปนัดดา เดินหน้าตรวจสอบเส้นเงินบริจาค นำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ย้ำกรรมการมูลนิธิฯ ลาออกก็ไม่พ้นความรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ต.ค. 69 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ออยศรีและผองเผือก" พร้อมด้วย นายภูวกร ศรีเนียน ภาคี HETA. จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย นำเอกสารเดินทางเข้ามาให้ปากคำและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. กรณีที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดี และบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน จากการใช้เงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชน ผิดวัตถุประสงค์

ออยศรี กล่าวว่า การมาพบตำรวจในวันนี้เป็นการให้ปากคำตามปกติในฐานะผู้เสียหาย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องยอดเงินบริจาคเพียง 1,000 บาท แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งของ "พี่บุ๋ม" ว่าการเปิดรับเงินบริจาคที่ผ่านมามีความโปร่งใสจริงหรือไม่ และเงินที่โอนไปนั้นถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่ เนื่องจากพบว่าบัญชีที่ใช้รับโอนเงินบางบัญชีเป็นบัญชีส่วนบุคคล

"ตนเองมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย เช่น การพูดคุยกับทนายความ โดยไม่มีพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ตนพร้อมที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกประเด็น และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยร่วมงานจิตอาสากับฝั่งดังกล่าวมาก่อน จากข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการใช้บัญชีธนาคารส่วนบุคคลในการรับเงินบริจาค ก่อนจะมีการส่งต่อไปยังบุคคลอื่น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด โดยในส่วนของยอดเงินบริจาคผ่านทนายเก่ง และส่วนอื่นๆ อยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลขที่ชัดเจน 

ขณะเดียวกันอยากจะขอให้มีการตรวจสอบย้อนหลังกรรมการมูลนิธิทุกคน แม้ว่าจะลาออกไปแล้ว แต่ช่วงที่ยังอยู่เป็นกรรมการมูลนิธิ ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว แม้จะลาออกก็ไม่พ้นความรับผิดชอบ จึงอยากให้ตำรวจเชิญตัวมาสอบสวนให้ครบทุกคน ส่วน Last boss ที่ถูกเปิดเผยโดยทนายเดชา คงต้องไปถามทนายเดชาว่า มีตัวตนจริงหรือไม่ เพราะตนเองพยายามจะถามแต่ทนายเดชาก็ไม่บอก”  ออยศรี กล่าว 

ขณะเดียวกันออยศรี ยังจะขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารของบุ๋ม ปนัดดา ที่เคยโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าก่อนหน้านี้บัญชีของบุ๋ม ปนัดดา ถูกอายัดบัญชีไว้ จึงอยากให้ตรวจสอบว่าบัญชีที่ถูกอายัดดังกล่าว เป็นบัญชีส่วนตัวหรือบัญชีมูลนิธิ และปัจจุบันบัญชีนั้นกลับมาใช้ได้ปกติแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ ออยศรี ยังระบุว่าเตรียมจะออกมาเปิดเผยข้อมูล และทวงถามความคืบหน้าในคดีอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ไม่ใช่รับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว รวมทั้งกรณีที่หลายคนตั้งคำถามว่าออยศรี ไม่ตรวจสอบมูลนิธิการจอมพลัง เพราะมีความสนิทสนมกับ กัน จอมพลังนั้น ออยศรี ระบุว่าได้เคยพูดต่อหน้า กันจอมพลังไปแล้ว ว่าหากมีคนร้องเรียนเข้ามาว่ากันจอมพลัง มีการใช้เงิน ที่เปิดรับบริจาคมา เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ตนเองก็จะตรวจสอบเช่นเดียวกัน แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ทนายตั้มเอง ก็ตรวจสอบคุณกันจอมพลัง อย่างเข้มข้นอยู่แล้ว