ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้ จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “ทนายตั้ม” กับนักธุรกิจสาว คดีหมิ่นฯ ครอบครัวสหายแสง ปมเงิน 25 ล้าน พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหาย


เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดนครพนม ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีหมายเลขดำ อ.1316/2566 ที่นายธนบวร สิริคุณากรกุล อดีตเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และน.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม (นายก อบจ.นครพนม) บุตรสาวของนายศุภชัย ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-3 ยื่นฟ้อง น.ส.ช่อฉัตร หรือช่อ โตชูวงศ์ อาชีพนักธุรกิจ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความชื่อดังเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ


กรณีเมื่อปลายปี 65 จำเลยทั้งสองร่วมกันแถลงข่าวโดยพาดพิงกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสามเรียกรับเงินจำนวน 25 ล้านบาทเพื่อวิ่งเต้นโครงการของรัฐ ซึ่งล้วนเป็นเท็จทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูถูกเกลียดชัง จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามความผิดและร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย


จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ


คดีนี้ศาลจังหวัดนครพนมพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 จำคุกจำเลยคนละ 2 ปี คำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 1 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 900,000 บาท และโจทก์ที่ 2 และที่ 3 คนละ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 ก.ย.2566) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสอง ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 90,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาล


โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์


ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิเคราะห์แล้วพิพากษาแก้โทษจำคุกให้เหมาะสมเป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้ ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และให้ยกคำขอของโจทก์ที่ 2 ที่ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเสีย


นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนคดีแพ่งทั้งสองศาลระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยทั้งสอง และค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 1 และที่ 3 กับจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ


ภายหลังจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์เงินสด 50,000 บาท ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ในขณะที่ทนายตั้มจำเลยที่ 2 ได้รับโทษจำคุกที่ศาลอาญาเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปีตามโทษที่ศาลพิพากษาแล้ว จึงไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวแต่อย่างใด.