เจ้าหน้าที่นำกำลังทลายโกดังย่านบางแค ยึดเครื่องสำอางแบรนด์จีนไร้เลขจดแจ้ง-เครื่องมือแพทย์เถื่อนรวม 13 ยี่ห้อ จำนวนกว่า 4 แสนชิ้น พบขายตามออนไลน์ ถูกสุดชิ้นละ 1 บาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำโดย ภกญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายเครื่องสำอางผิดกฎหมายและเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลางรวมทั้งสิ้น 449,210 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 7,084,200 บาท
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และ อย. ได้ตรวจสอบพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่ง มีการโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในราคาถูกผิดปกติ และอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เช่น อ้างว่าลดริ้วรอยและรอยดำถุงใต้ตาได้ภายในเวลาไม่กี่วัน เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบเลขจดแจ้งและไม่มีฉลากภาษาไทย จึงแกะรอยสืบสวนจนพบแหล่งกบดานของคลังสินค้า
กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายค้นศาลแขวงบางบอน เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางแค กทม. สามารถตรวจยึดและอายัดของกลางรวม 13 ยี่ห้อ ประกอบด้วย เครื่องสำอางไม่จดแจ้งและไม่มีฉลากภาษาไทย รวม 12 ยี่ห้อ จำนวน 429,210 ชิ้น ได้แก่ แผ่นมาส์กหน้า SADOER, ผลิตภัณฑ์บำรุงผม PINKYPINKY, ครีมบำรุงใต้ตา EELHOE, HANBOLI และ Hoygi, ครีมกันแดด HIH และ TWG, บำรุงผิวกาย LUOFMISS, มาส์กโคลน COSROS, โฟมล้างหน้า West Month, สครับอโวคาโด RongYao และแชมพูสระผม Hoegoa และเครื่องมือแพทย์ไม่มีทะเบียน 1 ยี่ห้อ ได้แก่ แผ่นแปะสิว ยี่ห้อ JAYSUING จำนวน 20,000 ชิ้น
จากการตรวจค้น พบนายคเชน (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแล โดยให้การรับสารภาพว่า ตนทำหน้าที่เป็นแอดมินคอยตอบแชตลูกค้าและแพ็กพัสดุตามออเดอร์ ซึ่งขบวนการนี้เปิดร้านค้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากถึง 36 ร้านค้า มีหญิงชาวจีนชื่อ "น.ส.หง" เป็นเจ้าของสินค้าตัวจริง คอยลักลอบสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าทั้งหมดมาจากประเทศจีนมาพักไว้ที่โกดัง เพื่อกระจายส่งให้ผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะแผ่นมาส์กหน้ายี่ห้อดัง ขายเพียงแผ่นละ 1–3 บาท มียอดขายสูงถึงวันละ 600–700 ชิ้น และลักลอบเปิดขายมานานกว่า 4 ปีแล้ว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจหาสารเคมีต้องห้ามและเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน หากตรวจพบจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดเบื้องต้นที่เข้าข่ายดำเนินคดี ได้แก่ การขายเครื่องสำอางไม่ได้จดแจ้ง, ไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากภาษาไทยไม่ถูกต้อง และขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด
ด้าน ภกญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะสินค้าราคาถูกหรือมียอดขายสูงบนโลกออนไลน์ เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีที่มาแน่ชัด อาจปนเปื้อนสารอันตราย ทำให้เกิดผื่น บวมแดง ตุ่มน้ำใส หรือแผลติดเชื้อรุนแรงบนผิวหนังได้ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบเลขจดแจ้งได้ที่เว็บไซต์ อย. หรือแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 และสายด่วน ปคบ. 1135 ตลอด 24 ชั่วโมง.


