“สนธิญา” ยื่นดีเอสไอ ตรวจสอบมูลนิธิ “กัน จอมพลัง” ประเด็นการใช้เงินเรี่ยไร-เข้าไปดำเนินการวางตู้คอนเทนเนอร์ในจุดผ่อนปรนทางการค้า “บ้านท่าเส้น”

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ต.ค.นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือกันจอมพลัง และมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ โดยมี สมเกียรติ เพชรประดับ ผอ.ส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

นายสนธิญา สวัสดี กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ โดยนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช ซึ่งได้เข้าไปดำเนินการในเขตพื้นที่ทหาร กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ซึ่งอาจขาดความโปร่งใส ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ และประเด็นการใช้เงินของมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ที่มีการเรี่ยไรเงินมาจากประชาชนและมาดำเนินการที่ไม่โปร่งใส ทุจริต หรืออาจจะมีการใช้มูลนิธิฯ เพื่อการฟอกเงินหรือไม่ 

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ตนนำมามอบให้ดีเอสไอในวันนี้จะเป็นการร้องให้มีการตรวจสอบเฉพาะจุดเท่านั้น เพราะอาจเป็นการกระทำในนามนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ซึ่งไม่ใช่การกระทำของรัฐ โดยเฉพาะการเจาะจงไปที่พื้นที่เขตทมอดา หรือตำบลหรืออำเภอหนึ่งของจังหวัดในประเทศกัมพูชา แม้แท้จริงแล้วตู้คอนเทนเนอร์ และการลากสายไฟฟ้า จำนวน 3 กม. จะเกิดขึ้นในพื้นที่จุดผ่อนปรนทางการค้า “บ้านท่าเส้น” ตำบลแหลมกลัด และตำบลชำราก ซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ซึ่งตนมีข้อสงสัยในการติดตั้งของนายกันจอมพลัง คือ ตู้คอนเทนเนอร์ 1 ตู้ CCTV และลากสายไฟฟ้ายาว 3,000 เมตร หรือ 3 กม. เข้าไปในพื้นที่ 

นอกจากนี้ ตนยังได้ยื่นรายชื่อบัญชีพยาน เพื่อขอให้ดีเอสไอสอบถ้อยคำ เนื่องด้วยการติดตั้งทั้งหมดเหล่านั้นของนายกันจอมพลัง เป็นการลากเข้าไปในพื้นที่เขตของประเทศไทยหรือไม่ ส่วนงบประมาณที่ใช้ มีการใช้มาจากกลุ่มแฟนคลับ กันจอมพลัง และภายใต้มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ หรือไม่ ว่าได้มีการแยกเงินจากงบประมาณในสองส่วนนี้อย่างไรบ้าง เพราะมูลนิธิฯ ขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 มาตรา 8 มาตรา 9 กรณีเงินบริจาคมูลนิธิฯ ก็ต้องขึ้นอยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติของกรมการปกครอง ซึ่งปัจจุบันนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ อนึ่ง จะเอาเงินของทั้งสองส่วนนี้ คือ เงินของกลุ่มเอฟซี กันจอมพลัง และมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ มารวมกันได้หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วมีเงินทั้งหมดกี่บาท และมีการชี้แจงกับผู้บริจาคหรือไม่ว่าได้นำเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง พวกนี้มันสามารถดูต่อไปได้ว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ทั้งในเรื่องของการจัดตั้งมูลนิธิและการเรี่ยไรเงินบริจาค 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการที่นายกัณฐัศว์ เข้าไปในพื้นที่ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาก่อน ซึ่งมีทั้งสิ้น 3 คณะกรรมการ อาทิ 1.คณะกรรมการชายแดนทั่วไป 2.คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม และ 3.คณะกรรมการชายแดนภูมิภาค เพราะในตอนนี้ “ทมอดา” ก็ยังอยู่ในช่วงการเจรจาของ GBC ตนจึงอยากให้มีการตรวจสอบว่าในการเข้าไปติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ CCTV และการลากสายไฟฟ้าเข้าไปของนายกัณฐัศว์ เป็นไปตามข้อตกลงภายในบันทึกของทั้ง 3 คณะกรรมการหรือไม่ 

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า ตนไม่ใช่เพิ่งมาร้องดีเอสไอเรื่องนี้เป็นครั้งแรก แต่ได้เคยร้องมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 31 ต.ค.68 กรณีนายกันจอมพลัง และตู้คอนเทนเนอร์ และตอนนั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็ล้วนด่าตนเองว่าตนเสียประโยชน์อะไรหรือไม่ แต่ในตอนนั้นมันมีรายงานของทหารมาตลอดว่าเป็นการกระทำเกินอำนาจหน้าที่ของทหารที่ต้องรับผิดชอบดูแลหรือไม่ คนที่จะทำงานเพื่อสังคมหรือเพื่อส่วนรวม เมื่อมีการรับเงินมาแล้ว ก็จะต้องสามารถตรวจสอบได้ 

ขอฝากถึงพี่น้องประชาชน หากจะเป็นแฟนคลับของนายกันจอมพลัง หรือสนับสนุนก็ตาม ขอให้สนับสนุนต่อไปหรือจะต่อว่าตนก็ขอให้พิจารณาด้วยหลักฐานและเหตุผลประกอบกัน หากประเทศของเราจะเดินต่อไปด้วยการด่าคงไม่ถูกต้องนัก แต่ถ้าดูเหตุผลของแต่ละฝ่ายมันจะทำให้ได้บทสรุปที่ชัดเจนมากกว่า ยืนยันว่าตนไม่มีอคติอะไรกับนายกันจอมพลังแม้แต่นิดเดียว และในเรื่องทางส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกัน รวมถึงกรณีของทนายตั้ม ตนก็เคยพูดคุยกันแค่เพียงในรายการเท่านั้น แต่ไม่เคยพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับทนายตั้มเลย แต่เพียงแค่ขอให้มีการตรวจสอบอย่างถูกต้องโปร่งใส และผ่านกระบวนการหน่วยงานราชการตรงนั้นที่มีการอนุญาตหรือไม่และมีหลักฐานการอนุญาตหรือไม่