แถลงผลปฏิบัติการ BLACK TRACE ลักลอบใช้ไฟขุดเหมืองบิตคอยน์ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อายัดอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ากว่า 185 ล้านบาท
กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ต.ค. 2569 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ นายปิยะ ศรีวิกะ ผอ.กองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ BLACK TRACE ตรวจค้นและยึดทรัพย์สิน รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด กรณีการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการเหมืองขุดบิตคอยน์ โดยตรวจยึดอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ จำนวน 2 รายการ มูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 185 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ ห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
นายปิยะศิริ กล่าวว่า จากนโยบายรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม มีข้อสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เร่งปราบปรามเหมืองขุดบิตคอยน์ผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจค้นและยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ควบคู่กับการปราบปรามทุนเทาและนอมินีที่ใช้บุคคลสัญชาติไทย อำพรางการประกอบธุรกิจหรือถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว โดยพบว่าช่วงที่ผ่านมาสำนักงานกฎหมายได้มีการจัดตั้งบริษัทที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายจำนวนมาก พร้อมประสานสภาทนายความและบริษัทให้คำปรึกษาด้านบัญชี เข้ามาตรวจสอบและให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า สืบเนื่อง กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดำเนินการปราบปรามเหมืองขุดบิตคอยน์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง จากปฏิบัติการ “Bitforge Operation” เมื่อวันที่ 31 ม.ค.68 ตรวจยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ จำนวน 1,788 เครื่อง ใน จ.สมุทรสาคร ก่อนขยายผลพบการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อขุดบิตคอยน์ และนำไปสู่ปฏิบัติการ “Operation Copperhead” เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.68 โดยสนธิกำลังร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จ.นครปฐม เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 7 จุด ใน จ.สมุทรสาคร และ จ.อุทัยธานี สามารถตรวจยึดและอายัดเครื่องขุดบิตคอยน์ จำนวน 3,642 เครื่อง มูลค่าประมาณ 270 ล้านบาท พร้อมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบ มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท
ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนขยายผล พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจีนเทาและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 5,000 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งตรวจพบข้อมูลการนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำคัญ จำนวน 2 รายการ
ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า ล่าสุด วันที่ 22 ต.ค. กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ลงพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 610-625/2569 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกรณีลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ในคดีพิเศษที่ 21/2568
ผลการตรวจค้นและตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง พบอสังหาริมทรัพย์สำคัญ จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 525 ตารางวา พร้อมอาคารสูง 3 ชั้น มูลค่ากว่า 106 ล้านบาท โดยเป็นราคาซื้อขายเมื่อปี พ.ศ. 2566 และมีบริษัทเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้เกี่ยวข้องชาวต่างชาติใช้วิธีถือหุ้นผ่านบริษัทแทนการถือครองที่ดินโดยตรง โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติเมียนมา จำนวน 2 ราย ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 49 และผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย จำนวน 2 ราย ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 51 และห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จำนวน 15 ห้อง มูลค่ารวมประมาณ 79 ล้านบาท และมีบุคคลสัญชาติเมียนมา จำนวน 5 ราย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่จากการสืบสวนเชื่อว่ามีนายทุนจีนอยู่เบื้องหลัง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการปกปิดอำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบได้ง่าย
สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 25 ราย โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อหาแล้ว จำนวน 6 ราย และออกหมายจับจำนวน 19 ราย จำแนกตามสัญชาติและประเภทบุคคล พบเป็นบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 5 ราย สัญชาติไทย จำนวน 6 ราย สัญชาติเมียนมา จำนวน 13 ราย และนิติบุคคล จำนวน 1 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานผู้ให้บริการไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้เดินเครื่องชุดคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องขุดคอยน์ มีการติดตั้งเครื่องชุดจำนวนมากในอาคารหรือโกดัง และเดินเครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป และสร้างผลตอบแทนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากนี้ พบมีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน บางคนเคลื่อนไหวในต่างประเทศและเข้าไทยเป็นครั้งคราว บางคนอยู่ถาวร โดยบทบาทมีทั้งกลุ่มนายทุน กลุ่มจัดหาโกดังและเช่าทรัพย์สิน กลุ่มดูแลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องขุดบิตคอยน์ รวมถึงกลุ่มที่ดูแลการดัดแปลงอาคารสถานที่เพื่อให้ขุดบิตคอยน์ และมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เมื่อปี 2568
ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการซื้อห้องชุด ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ต้องหา ตลอดจนผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากทรัพย์สินดังกล่าว พบความน่าสงสัยหลายประเด็น กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศจึงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล การถือครองทรัพย์สิน และธุรกรรมทางการเงิน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการวางแผนและการดำเนินการอย่างเป็นระบบ เข้าข่ายการลักทรัพย์ฯ เป็นปกติธุระ ในความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อระบบคอมพิวเตอร์ ฐานร่วมกันกระทำการโดยมิชอบเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ขณะที่ นายปิยะ กล่าวว่า สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบความเชื่อมโยงกับตัวการสำคัญในคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งหาก ปปง. พบความผิดมูลฐานทรัพย์สินที่ได้มาจากผู้เสียหายคดีสแกมเมอร์ก็จะดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สิน พร้อมประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายให้ยื่นคำร้องต่อไป


