สืบ 8 ร่วม สืบ สน.บุคคโล รวบ 2 ผู้ต้องหา ชาวไทยและมาเลเซีย เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้าง DSI หลอกเหยื่อสาวโอนเงิน จำนวน 1.2 แสนบาท และให้นำทองคำ น้ำหนัก 40 บาท รวมมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาท ไปมอบให้บริเวณห้างสรรพสินค้าย่านท่าพระ 



เมื่อวันที่ 21 ต.ค.69 พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.อ.นพดล ปิ่นพงศ์พันธ์ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.น.8 รรท ผกก.สน.บุคคโล พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รอง ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.ประเสริฐ จันทร์อักษร รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล พ.ต.ท.ณกฤตชัย สุขนิล สว.กก.สส.บก.น.8 นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 และสน.บุคคโล ร่วมกันจับกุม 2 ผู้ต้องหา เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์



คือ น.ส.ขวัญฤทัย อายุ 25 ปี โดยจับกุมได้ที่ห้องพัก อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซอยเทอดไท 33 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพฯ และนายยาม ชุน ลัม อายุ 26 ปี สัญชาติมาเลเซีย จับกุมได้ที่ ปากซอยอุดมสุข 25/1 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ หลังหลอกลวงเหยื่อโอนเงิน จำนวน 1.2 แสนบาท และให้นำทองคำ น้ำหนัก 40 บาท รวมมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาท ไปมอบให้ เหตุเกิดบริเวณห้างสรรพสินค้าย่านท่าพระ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา

   


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 ได้รับแจ้งจาก น.ส.ธัญศญา อายุ 28 ปี ผู้เสียหายว่า มีคนร้ายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ มาหลอกลวงแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จาก DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ ข่มขู่ว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก่อนจะมีการให้โอนเงิน 1.2 แสนบาท และนำทองคำหนัก 40 บาทถือไปส่งมอบให้ที่ห้างสรรพสินค้าฯ ดังกล่าว 



เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ทำการสืบสวนติดตามจนกระทั่ง เมื่อวันที่ 17 ต.ค.เวลาประมาณ 21.30 น. สามารถจับกุมตัว น.ส.ขวัญฤทัย ซึ่งเป็นผู้มารับทองคำจาก น.ส.ธัญศญา ซึ่งจากการตรวจสอบและสอบสวน น.ส.ขวัญฤทัย ให้การแจ้งว่า ตนได้ถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพเช่นเดียวกัน โดยได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ชื่อ เคที่ ว่าตนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกฎหมาย ให้โอนเงินไปทำการตรวจสอบ จากนั้นก็มีการติดต่อจากบุคคลดังกล่าวมาโดยตลอด

 

กระทั่งในวันที่ 16 ต.ค. น.ส.ขวัญฤทัย ได้รับแจ้งให้ไปทำภารกิจ โดยออกอุบายว่า ให้ไปรับของกลางจากผู้ต้องหาที่บริเวณลานจอดรถห้างดังกล่าว โดยมีการสั่งการตนผ่านไลน์ตลอดเวลา น.ส.ขวัญฤทัย จึงได้ไปรับของตามที่แจ้ง เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว ได้รับสิ่งของจากหญิงไทย 1 คน จากนั้นได้มีการสั่งการให้ไปขึ้นรถแท็กซี่ และไปเปิดโรงแรมเพื่อรอส่งมอบของกลางให้กับเจ้าหน้าที่ ที่กำลังเดินทางมารับของกลางต่อไป 


เมื่อไปถึงโรงแรมที่พักตามที่แจ้ง ได้มีการสั่งให้ น.ส.ขวัญฤทัย เปิดกระเป๋าตรวจสอบของกลางและพบว่าเป็นทองรูปพรรณและทองคำแท่ง จากนั้น น.ส.ขวัญฤทัย ได้รับแจ้งให้ให้นำแหวนทอง 2 วง และแกะเอาพระเลี่ยมทองไปขายที่ร้านทอง ได้เงินมา 77,970 บาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว ถูกสั่งให้โอนไปบัญชีตามที่รับแจ้ง จำนวน 20,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือเป็นเงินค่าทำงานและมอบให้เป็นค่าทำภารกิจช่วยเหลือทางราชการ น.ส.ขวัญฤทัย จึงเก็บไว้


จากนั้นได้สั่งการให้นำทองคำส่วนที่เหลือส่งมอบให้กับชายอีกคน ที่รับแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ บริเวณปากซอยตากสิน 9/3 เมื่อมอบให้แล้ว น.ส.ขวัญฤทัย จึงเดินทางกลับมายังห้องพัก จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้


ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวนายยาม ชุน ลัม สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งเป็นชายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เดินทางไปรับทองคำต่อจาก น.ส.ขวัญฤทัย โดยนายยาม ชุน ลัม มีการหลบหนีการจับกุมอย่างซับซ้อน โดยใช้วิธีเรียกรถยนต์และรถ จยย.รับจ้างอีกหลายทอด และพยายามเดินเท้าหลบเลี่ยง ทั้งก่อนหน้าและหลังจากมารับทองคำ รวมถึงพยายามอำพรางตัว ปกปิดรูปพรรณตนเอง เปลี่ยนเครื่องแต่งกายขณะหลบหนี กระทั่งชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ย่านถนนอุดมสุข กระทั่งในวันที่ 20 ต.ค. เวลาประมาณ 16.25 น. ชุดสืบสวนพบกำลังลงจากรถ จยย.รับจ้างและกำลังเดินเข้าไปในโรงแรมปากซอยอุดมสุข 25/1 จึงเข้าจับกุม



จากการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า หญิงที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษที่ชื่อ เคที่ ได้สั่งให้โอนไปให้ที่บัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ชื่อบัญชี น.ส.ศรัยฉัตร จำนวน 20,000 บาท คงเหลือ 57,970 บาท ได้ให้กับตน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบเงินจำนวน 57,920 บาท ซึ่งตนได้นำมาซุกซ่อนไว้ในกระปุกออมสินรูปแมวซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของกลาง



ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ น.ส.ธัญศญา ผู้เสียหาย เข้ามาที่ สน.บุคคโล เพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน และชี้ยืนยันตำหนิรูปพรรณคนร้าย เมื่อ น.ส.ธัญศญา เข้ามาตรวจสอบ และสามารถจดจำพระเครื่องเลี่ยมทองของตนได้ทั้ง 4 องค์ และจดจำเสื้อคลุมแขนยาวสีเทาที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ในวันก่อเหตุได้ จึงได้ให้ชี้ยืนยันภาพไว้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า น.ส.ขวัญฤทัย ได้กระทำผิดกฎหมายอาญาจริง