“ผู้การ 3” พล.ต.ต.สุธี พรมมาลี ผบก.น.3 แถลงรวบคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดชิงทรัพย์พนักงานรีสอร์ตย่านมีนบุรี อ้างน้อยใจแฟนสาว นัดพบกันที่รีสอร์ต แต่ไม่ยอมมาหา ตำรวจแกะรอยวงจรปิด พบสวมเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างขณะหลบหนี สุดท้ายไม่รอด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ต.ค.69 ที่ สน.มีนบุรี พล.ต.ต.สุธี พรมมาลี ผบก.น.3 พ.ต.อ.สมโภช ทองมูล ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.อ.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิรากุล ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. รรท.ผกก.สส.บก.น.3 แถลงข่าวจับกุมนายภูเบศ ขันแก้ว อายุ 41 ปี ชาว จ.มหาสารคาม พร้อมของกลางรถ จยย.ยามาฮ่า รุ่น GRAND FILANO สีแดง ทะเบียน 1 กศ 2283 นราธิวาส โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง มีดพก 1 เล่ม เสื้อแขนยาวสีกรม 1 ตัว กางเกงขายาวสีดำ 1 ตัว รองเท้าแตะ 1 คู่ เสื้อวินรับจ้างสาธารณะสีส้มเบอร์ 23 จำนวน 1 ตัว และเงินสด 7,000 บาท
พล.ต.ต.สุธี กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ต.ค.69 เวลาประมาณ 04.15 น. ขณะที่ น.ส.นัน นู ยี ( Miss Nan Nu Yee ) อายุ 22 ปี ชาวเมียนมา พนักงานรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในสำนักงานรีสอร์ตดังกล่าว ถนนบึงขวาง แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. มีคนร้าย ลักษณะรูปร่างสูง สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สวมโม่งสีดำ มองเห็นดวงตาชัดเจน ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง ไม่ทราบยี่ห้อ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนและมีดข่มขู่ ใช้กำลังทำร้ายได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าเล็กน้อย ก่อนที่คนร้ายจะชิงทรัพย์สินไป ประกอบด้วย เงินสดประมาณ 10,000 บาท, เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 1 เครื่อง มูลค่าประมาณ 10,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง มูลค่าประมาณ 6,000 บาท ขี่รถหลบหนีไป
ต่อมาวันเดียวกัน ตนสั่งการให้ พ.ต.ท.ธัษษภณณ์ มหรรธนนนณ์ สว.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ประจักษ์ กุลนาพันธ์ สว.สส.สน.มีนบุรี และ พ.ต.ท.ชำนาญโพธิ์น้อย สว.กก.สส.บก.3 นำกำลังชุดจับกุมตรวจสอบกล้องวิดีโอวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะผู้ก่อเหตุกระทำผิด แล้วปรากฏว่าพบเห็นผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างชัดเจน ตรวจสอบทราบผู้ก่อเหตุชื่อ นายภูเบศ ขันแก้ว อายุ 41 ปี จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ห้องเช่าไม่มีชื่อ ท้ายซอยเตรียมพัฒนาการ 20 แยก 5 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เดินทางไปตรวจสอบพบนายภูเบศอยู่บริเวณหน้าห้องเช่าดังกล่าวจับกุม
นายภูเบศ มีอาการพูดจาวกวนคล้ายเสพยาเสพติด ตรวจปัสสาวะด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น (เมทแอมเฟตามีน) ขององค์การเภสัชกรรม ผลการตรวจมีผลเป็นบวก ผ่านการเสพยาเสพติด ส่งตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจพิสูจน์ยืนยันผลที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี ผลการตรวจยืนยันเป็นผลบวก ผ่านการเสพยาเสพติด
นายภูเบศ ให้การรับสารภาพว่า เมื่อก่อนทำงานเป็น รปภ. แต่ตอนนี้ไม่มีงานทำ เพิ่งเสพยาบ้า และได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่รีสอร์ตดังกล่าวจริง สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากเกิดความน้อยใจแฟนสาว นัดพบกันที่รีสอร์ตดังกล่าว แต่ไม่ยอมมา ก่อนหน้านี้เคยนัดพบกันที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว
วันก่อเหตุสบโอกาสเห็นผู้เสียหายอยู่คนเดียว หลังก่อเหตุถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดและสวมเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นของน้องชายทับเสื้อแขนยาวอำพราง ระหว่างหลบหนีได้โยนปืนปลอมและเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดทิ้งถังขยะ ส่วนทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ก่อนนำรถไปจอดทิ้งไว้ที่บริเวณถนนท้ายซอยรัชดาภิเษก 36 แยก19-8 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ก่อนนั่งรถโดยสารมาที่พัก ตำรวจตามไปตรวจยึดพร้อมของกลางดังกล่าว
แจ้งข้อหา ใช้อาวุธปืนและมีดชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย
ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีเพื่อดำเนินการต่อไป


