ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นัดอ่านคำพิพากษาคดี “สมรักษ์ คำสิงห์” กับหญิงวัย 17 ปี เผยไม่กังวล ยังมั่นใจว่าไม่ได้มีพฤติกรรมหรือเจตนาตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเดินหน้าตามกระบวนการและยอมรับผลคำพิพากษา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลจังหวัดขอนแก่นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาคดีนายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกมวยสากลเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงวัย 17 ปี โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปก่อนหน้านี้ และนายสมรักษ์ยื่นอุทธรณ์คดี ก่อนศาลกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 20 ต.ค.2569
บรรยากาศช่วงเช้าวันนี้ พบว่ามีสื่อมวลชนจากหลายสำนักมาเฝ้าติดตามทำข่าวกันทั้งบริเวณริมรั้วและภายในห้องพิจารณาคดี ซึ่งผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามพูดคุยกับนายสมรักษ์ บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงเช้าว่า วันนี้เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ และมีผู้มาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง การเดินทางมาศาลครั้งนี้เป็นการมาฟังคำตัดสินในชั้นอุทธรณ์ ความรู้สึกของตนยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้กังวล และยังมั่นใจในตัวเอง เพราะเชื่อว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมหรือมีเจตนาอย่างที่ถูกกล่าวหา จึงมาติดตามกระบวนการตามความบริสุทธิ์ใจ และพร้อมยอมรับผลที่เกิดขึ้น
นายสมรักษ์ กล่าวว่า หลังเกิดคดีไม่ได้มีการพูดคุยหรือติดต่อกับอีกฝ่าย ตนเองไม่ได้เข้าไปพูดคุยและไม่ทราบว่าท่าทีของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร แต่สำหรับตนยังคงยืนยันว่าไม่ได้กังวล เนื่องจากมั่นใจว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น ส่วนลูกๆ ไม่ได้เดินทางมาศาลด้วย เนื่องจากติดถ่ายงานและถ่ายซีรีส์
นายสมรักษ์ ระบุว่า เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่สามารถพิจารณาเรื่องราวได้ พร้อมกล่าวถึงตัวเองในฐานะลูกผู้ชายและนักกีฬาว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย หากตนไม่ได้กระทำผิดก็จะต่อสู้เพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ และพร้อมเดินหน้าตามกระบวนการด้วยความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคดีนี้ จุดเริ่มต้นมาจากหญิงวัย 17 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายสมรักษ์และพวก จากเหตุที่เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 10 ธ.ค.2566 ภายหลังไปเที่ยวสถานบริการแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ต่อมานายสมรักษ์เข้าพบพนักงานสอบสวนและปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุในขณะนั้นว่าไม่ทราบว่าหญิงคู่กรณีมีอายุ 17 ปี
ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นฟ้องนายสมรักษ์และนายพิเชษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ร่วมกันพาบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอม พยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
และเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2568 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา คงจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 170,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี โดยภายหลังฟังคำพิพากษา นายสมรักษ์ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเพื่ออุทธรณ์คดี และศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 300,000 บาท
กระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 20 ต.ค.2569 โดยขณะรายงานข่าวยังอยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งทางด้านของนายสมรักษ์ อยู่ระหว่างการเดินทางมาที่ศาล ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง.


