ตร.ไซเบอร์ บุกทลายขบวนการอ้าง “หลวงปู่ศิลา” ลักลอบขายบัตรขูดเสี่ยงโชค-ปลุกเสก พบยอดเงินสะพัดกว่า 30 ล้าน รวบผู้รับผลประโยชน์-แอดมิน รวม 3 ราย
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 69 พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.1 บก.สอท.3 พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ นราศรี รอง ผกก.1 บก.สอท.3 พ.ต.ท.ศุภณัฎฐ์ เกตุแก้ว สว.กก.1 บก.สอท.3 นำกำลังทลายขบวนการแอบนำภาพเกจิชื่อดังภาคอีสานไปทำบัตรขูดหาตัวเลข ขายนักเสี่ยงโชคผ่านระบบออนไลน์ สะพัดกว่า 30 ล้านบาท รวบผู้รับผลประโยชน์-แอดมิน รวม 3 ราย
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นจากตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.3 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมากว่ามีบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” ซึ่งนำภาพของพระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) วัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังของภาคอีสาน โดยมีการลักลอบเปิดจำหน่ายเป็นบัตรมงคลใช้สำหรับขูดเพื่อดูตัวเลขในบัตร ก่อนนำไปทายผลเสี่ยงโชครางวัล เช่น หวยใต้ดิน หวยต่างประเทศ ต่างๆ โดยจำหน่ายในราคาใบละ 99 บาท หรือเป็นแพ็กเกจ 2 แผ่น ราคา 159 และแพ็กเกจ 4 แผ่น ราคา 199 บาท อีกทั้งมีการโฆษณาหลอกลวงว่าหลวงปู่ศิลาได้ทำการปลุกเสกบัตรมงคลดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำในลักษณะที่จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
ต่อมาทางชุดสืบสวนได้สืบสวนหาข้อมูลจนทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้หลายราย โดยมีนายวทัญญู สมศรี อายุ 36 ปี ชาว จ.พะเยา เป็นตัวการสำคัญและเป็นผู้รับผลประโยชน์ และใช้บัญชีธนาคารที่จดในนามนิติบุคคล ชื่อบริษัทแห่งหนึ่ง มีตัวเองเป็นกรรมการ ใช้สำหรับรองรับการโอนเงินจากลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบัตรมงคลมานานกว่า 2 ปี มียอดออเดอร์จำหน่ายไปแล้ว จำนวน 363,203 ใบ มียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 30 ล้านบาท ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดและหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด
โดยจุดแรกนำหมายค้นศาลอาญา ที่ 605/2569 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ค้นบ้านหลังหนึ่งย่านลาดพร้าววังหิน 77 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ส่วนจุดที่ 2 นำหมายค้นศาลอาญา ที่ 606/2569 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ค้นอาคารพาณิชย์ย่านลาดพร้าววังหิน 77 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ผลการตรวจค้นทั้ง 2 จุดสามารถจับกุม น.ส.วิลาวัลย์ แก้วเทพ อายุ 27 ปี ชาว จ.พะเยา และน.ส.พานทอง หมื่นหน้า อายุ 20 ปี ชาวกรุงเทพฯ ซึ่งทั้งสองทำหน้าที่แอดมินหน้าเพจคอยรับคำสั่งซื้อ-จัดส่งบัตรมงคลให้ลูกค้า พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นๆ รวม 21 รายการ
นอกจากนี้ทางชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมนายวทัญญู สมศรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จ. 500/2569 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ได้ในพื้นที่ จ.พะเยา เบื้องต้นสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ
โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ร่วมกันหรือสมคบกัน ตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.3 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


