ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการทลาย 2 เครือข่ายแอปพนันออนไลน์หวยเถื่อน ภาคเหนือ-อีสาน รายใหญ่ มียอดเงินหมุนรวมกันกว่า 330 ล้าน พบเปิดบริการพนันออนไลน์แบบใหม่ แฝงตัวอยู่บนแพลตฟอร์มมาตรฐานระดับสากล ให้ดาวน์โหลดโจ๋งครึ่ม


เมื่อวันที่ 15 ต.ค.69 พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ พรมไพร ผกก.4 บก.สอท.3 พ.ต.ท.มิตร คนชุม รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 สอท.3, พ.ต.ท.รุ่งเรือง มีสติ สว.กก.4 บก.สอท.3 พ.ต.ต.เอกชัย ดวงเกษ สว.กก.4 บก.สอท.3, พ.ต.ต.วิษณุ จันทะคัต สว.(สอบสวน) กก.4 สอท.3 นำกำลังเปิดปฏิบัติการทลายสองเครือข่ายแอปพนันออนไลน์หวยเถื่อนภาคเหนือ-อีสานรายใหญ่ มียอดเงินหมุนรวมกันกว่า 330 ล้าน


พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ กล่าวว่า ในปฏิบัติการแรกชุดสืบสวนนำกำลังเข้าทลายเครือข่าย “Neko Casino” ปิดล้อมตรวจค้น 4 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย


โดยจุดแรกค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่1 ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุม นายสุทธิพงษ์ แต้มลึก อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เปิดบัญชี/บัญชีจ่ายเงิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1193/2569 ลง 10 ต.ค.69


จุดที่ 2 ค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่6 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เข้าจับกุมนายกฤษณะ เมืองใจ อายุ 34 ปี ทำหน้าที่เปิดบัญชี/บัญชีจ่ายเงิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1191/2569 ลง 10 ต.ค.69


จุดที่ 3 บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่2 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เข้าจับกุม นายพิชัย จักร์คุ้ม อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เปิดบัญชี/บัญชีจ่ายเงิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1192/2569 ลง 10 ต.ค.69


ส่วนจุดที่ 4 ค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 2 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เข้าจับกุม นายเกรียงศักดิ์ คืนมาเมือง อายุ 31 ปี ทำหน้าที่เปิดบัญชีเข้าเล่นหน้าแอป ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 928/2569 ลง 6 ส.ค.69


โดยชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.3 ตรวจพบแอปพลิเคชันชื่อ “Neko Casino” ซึ่งแฝงตัวอยู่บนแพลตฟอร์มมาตรฐานระดับสากล ได้แก่ App Store และ Play Store เปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ อาทิ หวย สล็อต พนันฟุตบอลต่างประเทศ บาคาร่าและพนันอื่นๆอีกหลายชนิด ลักลอบเปิดบริการพนันออนไลน์แบบใหม่ ซึ่งเปลี่ยนจากการใช้วิธีเปิดเว็บไซต์พนันผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือลิงก์เชื่อมโยงภายนอก ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถดาวน์โหลดเพื่อเข้าถึงการพนันได้โดยง่าย


จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาทต่อเดือน อีกทั้งมีการใช้บัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชีในการรับและจ่ายเงินในเครือข่ายนี้ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้นบ้านพัก เข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายทั้ง 4 ราย


จึงดำเนินคดีในข้อหาตามความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากธนาคารหรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ หรือการโฆษณาชักชวนให้บุคคลอื่นเข้าเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนการฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนปฏิบัติการที่ 2 ชุดสืบสวนนำกำลังเข้าทลายเครือข่ายพนันหวยออนไลน์ผ่านระบบ Line Official Account (Line OA) จำนวน 5 กลุ่มไลน์ ประกอบด้วย “เจ๊หมวย168, มาดามพริ้ม, ประทานทรัพย์, มาดามปังเวอร์ และไอยรา” ซึ่งมีเครือข่ายลูกค้ากระจายตัวครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วภาคอีสาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบมีหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาทต่อเดือน



ทางชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง 2 จุด โดยจุดแรกชุดสืบสวนนำกำลังค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 6 ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น สามารถจับกุม น.ส.ศุภณิดา วงษ์พระกิจ อายุ 32 ปี ทำหน้าที่เจ้าของบัญชีรับโอนเงินเล่นพนัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.200/2569 ลง 9 ต.ค.69 พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง


ส่วนจุดที่ 2 ค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 11 ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าจับกุม น.ส.ปิยะพร เทวะเส อายุ 28 ปี ทำหน้าที่แอดมินดูแลระบบ/ผู้จัดหาบัญชีในการรับโอนจ่ายเงิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่นที่ จ.201/2569 ลง 8 ต.ค.69 พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และบัตรเอทีเอ็ม


เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน (สลากกินรวบ) ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ก่อนควบคุมตัวผู้กระทำผิดทั้งสองเครือข่าย รวม 6 ราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป