รู้ตัวแล้ว ชายหัวเกรียน ทำทรงเหมือนเป็นตำรวจ ตบกู้ภัยฝาแฝดช่วยคนเจ็บ ที่แท้ "ช่างแอร์" แค่มาร่วมก๊วนตำรวจซ้อมเตะบอลด้วยกัน "รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี" ให้ความมั่นใจผู้เสียหาย ลั่นสบายใจได้ ไม่ได้เป็นตำรวจ เตรียมเรียกมาพบ 19 ต.ค.69


จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อโบ๊ท ครับ โบ๊ท ได้โพสต์ภาพการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ สี่แยก รพ.สต.บ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี แต่โดนชายอ้างเป็นตำรวจ เมาขับรถเก๋งสีขาว ลงมาโวยวาย กล่าวหาว่าขับรถปาดหน้า แล้วตบและชกหน้า พร้อมกับเขียนข้อความว่า “ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งหรือเป็นประชาชนทั่วไป คุณไม่ควรมาทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือคนที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอยู่ คุณขับรถมาแล้วลงมาด่าและทำร้าย ผมกับบอส ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ผมกับบอส คุยด้วยดีมากที่สุด แต่สิ่งที่คุณมาทำกับพวกเราคือคุณบอกให้ผมกับบอสเปิดหน้ากากดำ และหมวกกันน็อกออกเสร็จ ผมก็ถามพี่เมาไหม แล้วคุณตอบว่าเมา แล้วก็มาทำร้ายผม ให้มือฝาดที่ใบหน้า ต้นคอฝั่งข้างซ้ายของผม


*******สิ่งที่ผมทำคือไม่ตอบโต้ พยายามถอยออกแล้วโทร 191 มาที่เกิดเหตุ ผมบอกตัวเองเสมอการที่เราใจเย็น ไม่ตอบโต้ คือผู้ชนะ อย่าใช้อารมณ์ในการปฏิบัติงานทุกครั้ง ผมหวังว่าสิ่งที่ผมกับบอสทำอยู่ จะช่วยให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ส่วนเคสนี้เอาไว้เจอกันที่...ทราบข้อมูลทั้งหมด และขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายที่ช่วยในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยครับ ส่วนคลิปต่างๆ รอนักข่าวอัพลง (ขอบคุณครับ)กรณี เมาเต็มกราฟนะครับ แต่ไม่มีที่เห่า ไม่สามารถทำอะไรได้ในส่วนนี้ เหตุเกิดสี่แยก รพ.สต. สามพร้าว หมู่ 1 ถนนสามพร้าว-หนองบั่ว ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เวลา 00.33 น.วันที่ 13 ตุลาคม 2569 และแจ้งความที่โรงพักเมืองอุดรธานี ในวันเดียวกัน


ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายวันทา อุตราชา หรือบอส อายุ 22 ปี และนายวาที อุตราชา หรือโบ๊ท ชาว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่ Motorlance (มอเตอร์แลนซ์) รถจักรยานยนต์กู้ชีพฉุกเฉิน กู้ชีพ อบต.สามพร้าว เดินทางมาพบ พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี และ พ.ต.ท.ดิษฐวัฒน์ ถาวรสินพงศ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อติดตามคดีที่ถูกชายตัดผมเกรียน สวมเสื้อยืดกีฬา เขียนด้านหลังว่า UDON POLICE มีชื่อตำรวจยศ ผกก.ติดอยู่ด้านล่าง สวมกางเกงขาสั้นสีดำ รองเท้าผ้าใบ ซึ่งมีอาการมึนเมา ขับรถเก๋งนิสสัน อเมร่า สีขาว ทะเบียน ขข 2039 อุดรธานี มาจอด แล้วลงมาโวยวาย อ้างว่าเป็นตำรวจ ก่อนจะทำร้ายอาสากู้ชีพ ด้วยการตบหน้านายบอส สั่งให้ถอดผ้าคลุมหน้า หมวกกันน็อกออก พร้อมกับชกที่ต้นคอ ส่วนนายวาที หรือโบ๊ท โดนชกที่ต้นคอ โดยมีคลิปที่ทีมงานกู้ภัยถ่ายเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน


นายวันทา อุตราชา หรือบอส เล่าว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 00.33 น. พวกตนได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเอง ที่สี่แยก รพ.สต.สามพร้าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ห่างจาก อบต.สามพร้าวประมาณ 1.6 กม. จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็วไปที่เกิดเหตุ ระหว่างทางได้ขับตามหลังรถเก๋งนิสสัน อเมร่า สีขาว ทะเบียน ขข 2039 อุดรธานี โดยไม่ได้เปิดเสียงไซเรน แต่เปิดไฟวาบๆ ขอทาง ซึ่งในใจคิดว่าคนขับรถเก๋งคงจะเห็น พวกตนจึงขับแซงขวารถเก๋งขึ้นไป และเว้นระยะห่างก่อนเข้าเลนตัวเอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ และกำลังจะลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ


นายบอส เล่าต่อว่า เป็นจังหวะเดียวกันกับรถเก๋งสีขาวได้ขับเข้ามาจอดที่เกิดเหตุอย่างแรง ครั้งแรกนึกว่าเป็นญาติผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จึงลงจากรถจักรยานยนต์ ชายที่ขับรถเก๋งสีขาว อ้างว่าเป็นตำรวจ เดินลงจากรถ แล้วใช้มือฟาดเข้าที่คอตน เขาพยายามจะดึงผ้าบัฟที่ตนสวมออกจากหน้า ตนก็อธิบายว่าขี่รถมาช่วยคนเจ็บ แต่ชายที่อ้างเป็นตำรวจหาว่าตนขับปาดหน้า ตนก็ถามว่าปาดหน้าตอนไหน แต่เขาก็ไม่ยอมบอก เหมือนเขาเมามาด้วย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าเมา



“กู้ภัยคนอื่นๆ ก็ช่วยอธิบายแต่เขาไม่ยอมฟัง ตนก็ปล่อยเขาอยู่แบบนั้น แล้วรีบไปช่วยผู้บาดเจ็บก่อน ทุกคนรีบเข้าไปช่วยคนเจ็บ คนเจ็บรู้สึกตัวดีสลบไป ประเมินพื้นฐานเรียบร้อยดีทุกอย่างหลังจากนั้นได้มาพูดคุยกับชายอ้างว่าเป็นตำรวจ คุยไปสักระยะเขาเริ่มรู้ตัวแล้ว เขาก็ยกมือไหว้ขอโทษ ตนก็คิดว่าน่าจะจบแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร”


นายวาที อุตราชา หรือโบ๊ท อายุ 22 ปี เล่าต่อว่า เนื่องจากพวกตนเป็นคู่แฝดกัน ตนมาที่เกิดเหตุภายหลัง จึงได้สอบถามผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ว่ามีปัญหาอะไรกัน เห็นทะเลาะกันทั้งสองฝ่าย เราอยากให้ทั้งสองฝ่ายจบลงด้วยดี เขาเห็นพวกตนใส่ผ้าบัฟปิดใบหน้าใส่หมวก เขาถามว่าทำไมต้องใส่ เราอยากให้เรื่องมันจบ ไม่อยากทะเลาะวิวาท จึงถอดหมวกกันน็อก ถอดผ้าบัฟออก เพื่อความสบายใจ พอถอดแล้วพวกตนก็ถามว่า “พี่ดื่มมาไหม” เขาก็สารภาพว่า “กูดื่ม มึงเอาที่เป่าแอลกอฮอล์มาเลย” แต่พวกตนก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่เขาก็เอากำปั้นมาชกที่คอตน หลังจากนั้นตนก็ถอยออกมา ซึ่งตอนนั้นกู้ภัยมีประมาณ 10 กว่าคน ถ้าเราตีทำร้ายเขาก็ไม่สมควร เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่และอาสา มีหน้าที่ช่วยเหลือ หลังจากโดนตีก็ถอยออกมา แล้วโทรแจ้ง 191 แจ้งร้อยเวรให้มาที่เกิดเหตุ เรื่องก็ประมาณนี้


นายโบ๊ท เล่าต่อว่า เป็นอาสาเข้าปีที่ 3 เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ส่วนมากจะไม่ทำร้าย ทุกอย่างตกลงคุยกันได้ ส่วนมากให้เกียรติกัน เขาเห็นเราเป็นเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือคน พบเจอคนเมาเยอะมาก แต่ไม่เคยเจอแบบนี้ เราไม่รู้จักกันมาก่อน ถ้าขี่รถปาดหน้า ขอโทษกันแล้วก็จบ แต่อยู่เฉยๆ เขาก็มาตีเรา มันก็ไม่สมควร มันจะเป็นครั้งแรกของเรา ไม่ท้อกับการช่วยเหลือผู้อื่น ถือว่าเป็นเคสตัวอย่าง เราไม่ต้องการรับคำขอโทษ ไม่ต้องการเงินชดใช้เยียวยา เพราะว่าตัวรถหรืออุปกรณ์ทุกอย่าง ได้รับการช่วยเหลือจากกู้ชีพ และมีหน่วยงานสนับสนุน เงินที่เราทำงานได้รับมา ก็นำมาทำอาสาเราไม่ต้องการเงิน ถือว่าเคสนี้เป็นบทเรียน และตัวอย่างให้ทุกคน การเมาแล้วขับรถแล้วก่อความวุ่นวายมันไม่สมควร

“ส่วนความรู้สึก เรารู้สึกไม่ดี เราตั้งใจช่วยเหลือคน แต่พอหลายคนรู้ข่าว คนเริ่มให้กำลังใจ ทำให้มีแรงทำต่อไป ได้กำลังใจมากพอสมควร พวกตนไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ได้ต้องการคำขอโทษ ส่วนเรื่องคดี ขอแค่ให้กฎหมายมีความยุติธรรม คือให้ดำเนินการถึงที่สุด ให้เคสนี้เป็นตัวอย่าง และเป็นตัวอย่างให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอาสา มันคงไม่ได้มีเคสนี้เป็นเคสแรก คงมีหลายเคสเหมือนกัน อยากให้เป็นอุทาหรณ์ แต่เมื่อพบตำรวจแล้วเราก็ได้ข้อมูลใหม่ว่าเป็นช่างแอร์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี ถ้าอ้างตัวเป็นตำรวจ แล้วทำแบบนี้ ก็ทำให้ชื่อเสียงของตำรวจเสียหาย ”



ด้าน พ.ต.ท.ดิษฐวัฒน์ ถาวรสินพงศ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ตำรวจเมืองอุดรธานี ไม่ใช่ตำรวจ ตชด. ประกอบอาชีพช่างแอร์ เป็นประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ชอบซ้อมกีฬาฟุตบอลกับตำรวจ ไม่ต้องกังวล สบายใจได้ ไม่ต้องกังวล ถึงจะเป็นตำรวจก็ดำเนินคดีได้ สบายใจได้ไม่ได้เป็นตำรวจ เพียงแค่บุคลิกเหมือนตำรวจ ถ้าไม่ถึงได้อันตรายแก่กาย สามารถเปรียบเทียบปรับชั้นพนักงานสอบสวนได้ แต่ผู้เสียหายต้องยินยอม แต่ถ้าไม่ยินยอมก็ต้องส่งฟ้องศาลเหมือนเดิม ซึ่งจะเรียกมาพบพนักงานสอบสวนในวันอังคารที่ 19 ต.ค. 69