จับอดีตเวรเปล ลักทรัพย์ญาติผู้ป่วยมานอนเฝ้าในโรงพยาบาล 1.5 แสนบาท อ้างแค้นถูกไล่ออก และต้องการให้ รพ. เสียชื่อ ขอโทษครอบครัว พ้นโทษออกมาจะกลับตัวเป็นคนดี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่ รพ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ผกก.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.ลอนสัน หากันได้ สวป.สภ.กุมภวาปี พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.กุมภวาปี ได้ควบคุมตัวนายอานุภาพ ใจทน หรือ แบงค์ อายุ 29 ปี ชาว ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ญาติผู้ป่วยที่มานอนเฝ้าผู้ป่วยในเวลากลางคืน มูลค่าทรัพย์สิน 1.5 แสนบาท เหตุเกิดกลางดึกของวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาล สามารถบันทึกภาพขณะที่นายแบงค์ เดินไปมาก่อนและหลังเกิดเหตุ จากนั้นได้ถือกระเป๋าของผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2569 นางหนูนา อายุ 60 ปี ชาว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ คลังคำภา รอง สว.(สอบสวน) สภ.กุมภวาปี ว่า มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใครมาขโมยเอากระเป๋าสะพายแบบหนัง สีน้ำตาล ที่วางอยู่ข้างตัวขณะนอนหลับพักผ่อนอยู่ในอาคารที่พักญาติผู้ป่วย รพ.กุมภวาปี ในกระเป๋ามี เงินสด 3,000 บาท, สร้อยข้อมือ, แหวน 3 วง, ต่างหู 1 คู่, สร้อยคอทองคำ 1 เส้น ไม่ทราบน้ำหนักแน่ชัด, เอกสารราชการและบัตรประชาชน มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1.5 แสนบาท ซึ่งของมีค่าทั้งหมดเป็นของลูกสาวที่ป่วยปอดติดเชื้อ นอนพักรักษาตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.2569

หลังรับแจ้งเหตุตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่เคยเข้าออกโรงพยาบาล เนื่องจากมีความชำนาญในเส้นทางภายใน รู้ทางหนีทีไล่ จากข้อมูลดังกล่าวจึงทำการสืบสวนในเชิงลึก พบว่ารูปพรรณสัณฐาน คล้ายกับนายอานุภาพ หรือแบงค์ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานจ้างเหมา ตำแหน่งเวรเปล เพิ่งถูกให้ออกจากงานเมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา ตำรวจจึงเดินทางไปที่บ้านของภรรยานายแบงค์ ที่บ้านหนองแวง หมู่ 9 ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี แต่ไม่พบตัว ตำรวจจึงกดดันให้ญาติเกลี้ยกล่อมให้มามอบตัว ที่สุดแล้วนายแบงค์จึงยอมให้ญาติพามามอบตัวเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 5 ต.ค.69 ก่อนนำตัวไปตรวจยึดทรัพย์สินคืนมาได้ทั้งหมด


นายแบงค์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง เนื่องจากมีความกดดันและความแค้น เนื่องจากถูกเลิกจ้าง ตนทำงานเวรเปลมาได้ประมาณ 1 ปี ได้เงินเดือนรวมโอทีประมาณเดือนละ 13,000 บาท ตนก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลิกจ้างตน วันเกิดเหตุตนกำลังจะไปเก็บของออกจากล็อกเกอร์ส่วนตัว ด้วยความที่กินเหล้ามาก่อนหน้า ตนก็มีอาการเมา และทำไปด้วยแค้น วันต่อมาตนก็เอาแหวนทองไปขายให้คนรู้จัก 2 วง ราคา 13,000 บาท แต่ตนยังไม่ได้ใช้เงิน แล้วเอาของไปซ่อนไว้ที่บ้านเมียทั้งหมด เพราะหลังจากสร่างเมาแล้ว ตนก็กลัวว่าจะถูกจับ หากนำของไปขายหรือจำนำ

“ตนก่อเหตุครั้งแรก ไม่ได้มีเจตนาจะลักของเขาเลยตั้งแต่แรก ตนเมาเหล้า ไม่ได้เสพยาในวันเกิดเหตุ เสพมาก่อนหน้าหลายวันแล้ว เกิดจากความกดดันจากการถูกไล่ออกจากงาน แค่ต้องการให้โรงพยาบาลเสื่อมเสียชื่อเสียงเท่านั้น อยากขอโทษคุณป้าด้วย ที่ตนขโมยของและทำให้เดือดร้อน ตอนนี้เมียรู้แล้ว แต่ลูก 2 คน ยังไม่รู้ อยากขอโทษครอบครัว ลูกตนก็ยังเล็กทั้งคู่ เพิ่งเรียนอนุบาล พ้นโทษมาแล้วตนจะกลับตัวเป็นคนดี จะไม่ก่อเหตุแบบนี้ซ้ำอีก” นายแบงค์ กล่าว

พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ผกก.สภ.กุมภวาปี เปิดเผยว่า เป็นคดีในพื้นที่ที่น่าสนใจ หลังรับแจ้งชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบทันที เมื่อได้เบาะแสคนร้ายเราก็กดดันจนเขามามอบตัว จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุเองเคยมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้ว แต่ครั้งนั้นผู้เสียหายไม่เอาเรื่อง และยังทราบว่าเขามีพฤติกรรมเสพยาและลักเล็กขโมยน้อย ชุดสืบสวนทำงานได้เร็วมาก จนสามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นมาในปัจจุบัน แม้แต่ในโรงพยาบาลก็ไม่เว้น เป็นอุทาหรณ์อย่างดี ว่าไม่ควรพกของมีค่าติดตัวไว้มากขนาดนี้ จากนี้ก็จะให้สายตรวจเข้าตรวจพื้นที่ให้ถี่ขึ้น เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป