สลดแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 42 ปี ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตพร้อมกับลูกสาวอีก 2 คน ในห้องพักย่านอำเภอเมืองปทุมธานี หลังคุณครูเอะใจเด็กไม่ไปสอบตามนัด พยายามติดต่อไม่ได้จึงเดินทางมาตามหา ตรวจสอบพบจดหมายเขียนลาสั่งเสียฝากเผาไม่ให้แยกแม่ลูก คาดเครียดถูกแอปเงินกู้เถื่อน หลอกเงิน 1 พันบาทที่ต้องใช้ถึงสิ้นเดือน ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พ.ต.ท.ชัยพัชร์ อารีย์วงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก ผจก.ฝ่ายนิติฯ ว่ามีผู้เสียชีวิตภายในห้องพัก หมู่บ้านเอื้ออาทร(ปทุมธานี-บางคูวัด) ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.ธไท ศลิษฎานนท์ รอง ผกก.สืบสวนฯ พ.ต.ท.วุฒิวรพงษ์ แหวนประดับ สวป.ฯ พ.ต.ต.สงค์การณ์ สมจิตร สว.สส.ฯ แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องพักพบว่าประตูห้องถูกเปิดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเดินเข้าไป พบว่าในห้องนอนซึ่งอยู่ฝั่งขวามือ มีร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ชณัณชิดา อายุ 42 ปี ด.ญ.ณัฐปภัสร์ (น้องปาเด) อายุ 9 ขวบ ชั้นป.4 และ ด.ญ.ปาลิกา (น้องปาลิน) อายุ 7 ขวบ ชั้น ป.2 ทั้งคู่เรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่
โดยสภาพศพนอนอยู่บนที่นอน ใกล้ปากประตู ภายในห้อง พบหม้อและกระทะซึ่งมีถ่านที่มอดแล้วและยังไม่มอดเหลืออยู่ นอกจากนี้ที่ประตูหน้าห้อง พบว่ามีเทปกาวติดไว้ที่ขอบประตูเพื่อไม่ต้องการให้มีกลิ่นควันออกไปรบกวนเพื่อนร่วมห้อง
นอกจากนี้ยังพบสมุด วางอยู่บนหลังตู้ที่มีการเขียนในลักษณะเหมือนระบายความในใจ ทั้งลายมือของลูกและของแม่ โดยลายมือของแม่เป็นการเขียนลักษณะลาตาย ถึงผู้จัดการนิติบุคคล ว่าหากมาพบร่างเรา 3 คนให้ช่วยจัดการเผาในวันรุ่งขึ้นเลย ไม่ต้องมีพิธีอะไร ญาติอยู่ไกลไม่สะดวกและไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน นอกจากนี้ภายในห้องก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด โดยแพทย์ระบุ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน หลังจากชันสูตรเบื้องต้น ได้มอบศพทั้ง 3 ให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบถาม นางสาวอัจจิมา ชูช่วย ผจก.นิติฯอาคาร กล่าวว่าห้องหลังดังกล่าวนั้น ทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นได้มาเช่าอยู่นานแล้ว โดยพักอาศัยกันทั้งหมด 4 คนจะมีแม่ ลูกอีก 2 คน พร้อมกับยายของเด็กอีก 1 คน แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่ายายของเด็กไม่รู้ไปไหน ก่อนเกิดเหตุ ได้มีครูที่โรงเรียน มาตามหาเด็กเนื่องจากเด็กไม่ได้ไปโรงเรียนจึงมาแจ้งทางฝ่ายนิติฯ ให้มาช่วยดู เมื่อเรามาดูแล้วเห็นว่าห้องล็อคด้านในเคาะเรียกไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มาช่วยดู จากนั้นให้ รปภ.ดันกระแทกประตูเข้าไป จากนั้นไปเปิดประตูห้องนอนก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
ทางด้าน คุณครูสถาพร ครูประจำชั้น ป. 4 ของ ด.ญ.ณัฐปภัสร์ (น้องปาเด) กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันจันทร์ไม่เห็นว่ามีเด็กทั้งสองไปโรงเรียนเพราะมีสอบวันนี้ จึงได้มาตามหาโดยก่อนหน้านี้ได้ติดต่อไปทาง LINE กลุ่มของผู้ปกครองก็ไม่มีการตอบรับกลับมา เมื่อมาวันนี้ เห็นห้องล็อกอยู่จึงได้ไปแจ้งทางฝ่ายนิติให้มาช่วย ก่อนพบภาพสลดใจ ส่วนสาเหตุนั้นทางโรงเรียนไม่ทราบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์เด็กทั้งสองยังไปโรงเรียนร่วมกิจกรรมและมีความร่าเริงอยู่ ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์น่าสลดใจในครั้งนี้
ต่อมาได้มี นางสาวสุภาพร อายุ 46 ปี ย่าของเด็ก ทราบข่าวเดินทางมาดู เมื่อมาถึงร้องไห้โฮแทบเป็นลม เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องช่วยกันประคองออกมานั่งด้านนอก เบื้องต้นผู้เป็นย่ากล่าวว่า ลูกสะใภ้ทำงานโรงงานแห่งหนึ่ง และก่อนหน้านี้ลูกสะใภ้ได้มีการติดต่อทางแอปพลิเคชันในการกู้เงิน ซึ่งทางแอปฯ นั้นให้เขาโอนเงินไปจำนวน 1,000 บาท และลูกสะใภ้คิดว่าจะได้เงินมาเพิ่มแต่ปรากฏว่า ทางแอปแจ้งว่าเอกสารไม่ถูกต้องให้โอนไปอีก 400 บาท ทำให้เกิดความเครียดเพราะเงิน 1,000 นั้น เป็นเงินที่เขาต้องใช้ถึงสิ้นเดือน จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้องมาก่อเหตุในครั้งนี้
ด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และทางพนักงานสอบสวน ได้มีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เชื่อว่าเป็นการตั้งใจจบชีวิตตนเอง เพราะมีเตาอั้งโล่ กระทะและหม้อใส่ถ่าน โดยภายในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ พร้อมกันนี้ ยังพบจดหมายที่เขียนถึงผู้จัดการฝ่ายนิติ ให้ช่วยดำเนินการหากมาพบศพ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นคงจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนและสอบถามญาติและผู้ที่ใกล้ชิด ว่าอะไรเป็นมูลเหตุทำให้ต้องมาก่อเหตุในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวแจ้งว่า นางสาวสุภาพร อายุ 46 ปี ผู้เป็นย่าของเด็กทั้งสองคน เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสะใภ้ได้ส่งข้อความทางแอปพลิเคชัน LINE มาเล่าว่า ถูกเพื่อนที่ทำงานชักชวนให้กู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยถูกหลอกให้โอนเงินค้ำประกันไปก่อน 1,000 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่ แต่ระบบกลับแจ้งว่าขัดข้องและหลอกให้โอนเพิ่มอีก 400 บาท ลูกสะใภ้จึงรู้ตัวว่าถูกโกงและส่งข้อความมาตัดพ้อ คาดว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเครียดอย่างหนักจนตัดสินใจจบชีวิตตนเองพร้อมลูกสาวทั้งสองคน