รองโฆษก ตร. เผยปมบุกจับ "อัจฉริยะ" พบหลักฐานเส้นเงินเอี่ยวการเล่นพนัน ยันให้ความเป็นธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง ด้านเจ้าตัวให้การปฏิเสธ แต่เส้นทางการเงินเป็นวิทยาศาสตร์ โกหกไม่ได้

จากกรณีตำรวจไซเบอร์จับ "อัจฉริยะ" หน้าสนามมวยอ้อมน้อย หลังถูกออกหมายจับฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และการพนัน ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (ตร.ไซเบอร์ รวบตัว "อัจฉริยะ" หน้าสนามมวย หลังถูกออกหมายจับฉ้อโกง ฟอกเงิน และการพนัน)

โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 69 พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า คดีนี้ต้องเรียนว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะ และมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรองหัวหน้าฯ โดยมีตน เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ด้วย 

เริ่มมาจากเดือนมีนาคม ตำรวจ สน.บึงกุ่ม ได้เข้าจับกุมผู้จัดให้มีการเล่นพนันทายผลชกมวย จำนวน 4 คน จากนั้นก็มีการสืบสวนขยายผลจนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางตำรวจไซเบอร์ ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมอีก 6 ราย ในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในวงเดียวกันทั้งหมด คือ เครือข่ายของพักยกวาไรตี้ ทายผลมวย จากนั้นมีการตรวจสอบเส้นเงิน พบว่า เส้นเงินมูลค่าที่เกี่ยวกับวงพนัน กว่าพันล้านบาท จึงเสนอตั้งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า มีบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่คุณอัจฉริยะเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายแต่เพียงผู้เดียว มีเส้นเงินเกี่ยวพันกับเว็บพนัน ซึ่งมีการลักลอบเล่นการพนันโดยใช้บัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเป็นบัญชีเล่นการพนัน ซึ่งในบัญชีนี้เงินหมุนเวียนตั้งแต่เปิดบัญชีมา มีประมาณ 168 ล้านบาท มีพยาน มีการกล่าวหาโดยตำรวจ 

จากการที่เราพบความชัดเจนในพยานหลักฐาน ก็นำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับคุณอัจฉริยะ ซึ่งมีการจับกุมที่พื้นที่ สภ.กระทุ่มแบน ในชั้นจับกุมคุณอัจฉริยะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยมีพยานมายืนยันว่าที่เขาโอนเงินมาเข้าบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพราะต้องการช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอาชญากรรม แต่มาทราบว่ามีการนำเงินที่เขาบริจาคไปเล่นพนัน เขาเลยให้การเป็นพยาน ซึ่งตรงนี้อยู่ในสำนวนการสอบสวน ที่ทางคณะจะต้องดำเนินการต่อไป 

ขณะนี้ยังไม่มีการตรวจค้น สอบถามในชั้นจับกุม คุณอัจฉริยะให้การปฏิเสธ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาอยู่แล้ว ยืนยัน ทางตำรวจให้ความเป็นธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง ทุกอย่างทำตามพยานหลักฐาน ซึ่งเส้นทางการเงินเป็นวิทยาศาสตร์ โกหกไม่ได้อยู่แล้ว

เบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นพนันทายผลชกมวย 

ส่วนบัญชีมี 2 บัญชี ที่มีเงินหมุนเวียน คือบัญชีชมรม ซึ่งมีเงินหมุนเวียน 168 ล้านบาท และบัญชีส่วนตัวมี 190 ล้านบาท แต่จะต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยในเรื่องนี้ ประชาชนให้ความสนใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง 

ในคดีนี้มีกลุ่มที่เป็นผู้เล่น ซึ่งจับกุมแล้วหลายรายและผู้จัดให้มีการเล่น ประมาณ 10 ราย และมีพยานที่ยืนยันว่าเป็นผู้บริจาค เพื่อต้องการให้นำเงินไปช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากจากอาชญากรรมให้ได้รับความเป็นธรรมในสังคม