มือยิง 3 ศพ ดับคาบ้านที่สุพรรณฯ มอบตัวตำรวจ อ้างฝ่ายหญิงเป็นแฟน โมโหเห็นอยู่กับชายอื่นในบ้าน ทั้งที่บอกให้เลิกคบ ปัดยิงเด็ก บอกปืนลั่นใส่ 

จากกรณี เกิดเหตุคนร้ายบุกยิง นายอธิพงศ์ อายุ 42 ปี นางสาวฐิรญาดา อายุ 45 ปี และเด็กชายวัย 6 ขวบ เสียชีวิตภายในบ้านพัก ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงกลางดึกวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา 

ซึ่งต่อมา ภรรยาของนายอธิพงศ์ ผู้ตาย เดินทางมาที่เกิดเหตุ เผยว่า ตนเองไม่ทราบว่าผู้ที่ตายอยู่ในบ้านเกิดเหตุ เป็นสามีตนเอง กระทั่งมีคนโทรไปบอก ซึ่งสามีได้หายออกจากบ้านไปประมาณ 3-4 วัน กระทั่งมาเจอว่าถูกยิงเสียชีวิต

ล่าสุด พ.ต.อ.พีระ อัศวะพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 ล่าตัวคนร้าย โดยเริ่มจากไล่กล้องวงจรปิดที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี

กระทั่งเมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (28 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบภาค 7 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบจังหวัดสุพรรณบุรี สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว จากการให้เพื่อนประสานขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ สภ.อู่ทอง หลังหนีไปกบดานในพื้นที่ตำบลห้วยกระเจา อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี โดยทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายชัชชัย คล้ายคลัง หรือ หนึ่ง ชาว อ.ห้วยกระเจา กาญจนบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายหนึ่ง อ้างว่าเป็นแฟนกับ นางสาวฐิรญาดา ผู้ตาย ก่อนหน้าเคยมีปากเสียงกัน  เนื่องจากทราบว่า นางสาวฐิรญาดา มาคบหากับ นายอธิพงศ์ จึงมีการพูดคุยกันให้เลิกติดต่อ ซึ่งฝ่ายหญิงก็รับปาก แต่วันเกิดเหตุ นายหนึ่งอ้างว่าได้แอบเข้าไปดูที่บ้าน แล้วเห็นนายอธิพงศ์ อยู่ในบ้านกับนางสาวฐิรญาดา จึงโมโหใช้ปืนที่ติดตัวมาด้วย เข้าไปยิงนายอธิพงศ์ ก่อน จากนั้นก็ได้ตามไปยิง นางสาวฐิรญาดา ในห้องน้ำ ส่วนเด็กชายวัย 6 ขวบ นายหนึ่งอ้างว่าปืนลั่นใส่

ด้าน นายกฤษฎา อายุ 42 ปี เพื่อนที่พาเข้ามอบตัว กล่าวว่า เขาให้คนประสานมา พอรู้เรื่องก็ตกใจ จึงให้ญาติช่วยประสานตำรวจ เพื่อจะพาเข้ามอบตัว ซึ่งเราไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ต้องให้เจ้าหน้าที่สอบสวนอีกที ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะลงมือแบบนี้ 

ซึ่งหลังจากสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พานายหนึ่ง ไปหาอาวุธปืนของกลาง จากนั้นนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่ สภ.สามชุก ก่อนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำรวบรวมหลักฐานและนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี