อดีตนายพล พ่อชายคลั่งเผาบ้าน รัวยิงใส่ดับเพลิง รับบ้านถูกกรมบังคับคดียึดเมื่อ 5 วันก่อน หลังลูกสาวแอบนำไปขายฝาก 50 ล้าน ส่วนลูกชายน้อยใจถูกกีดกัน ห้ามเข้าไปให้อาหารสัตว์เลี้ยง
วันที่ 25 ก.ย. 2569 จากกรณี เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยจรัสลาภ เขตบางพลัด โดยมีชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ บ้านหลังดังกล่าว
ก่อนจะพบว่าภายในบ้าน มีชายกำลังคลุ้มคลั่งมีอาวุธปืนอยู่ภายในบ้าน ทราบชื่อ นายสราวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี จึงได้กันพื้นที่ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ในรัศมี 200 เมตร เพื่อป้องกันอันตราย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำ เพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบากเนื่องจากชายคลั่งยังคงอยู่ในบ้านและยังไม่ยอมมอบตัวจึงไม่สามารถควบคุมเพลิงได้สนิท
จากนั้นจึงได้ประสานหน่วย S.W.A.T. กว่า 10 นาย วางกำลังรายล้อมเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าว ทันทีที่ นายสราวุธ ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไป จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ปลิดชีพตัวเอง เสียชีวิตอยู่บริเวณชั้นสอง ซึ่งในขณะนั้นไฟกำลังลุกลามขึ้นไปบริเวณชั้น 2 พอดี เจ้าหน้าที่หน่วย S.W.A.T. จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในบ้านพัก พบอาวุธสงคราม กระสุน และระเบิดจำนวนมาก จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุด EOD ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเก็บกู้
อย่างไรก็ตามทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายของพลตรีสมาน (สงวนนามสกุล) อายุ 86 ปี ข้าราชการทหารเกษียณ ส่วนแรงจูงใจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ นายสราวุธ นั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณชั้น 2 ในมือถือปืนและในห้องข้างเคียง พบวัตถุระเบิดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถอยกำลังออกมาเพื่อขอกำลังสนับสนุนจากชุด ปพ.บก.น.7 และชุด EOD เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่
นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ พลตรีสมาน ข้าราชการทหารเกษียณ พ่อของ นายสราวุธ ทราบว่า เดิมทีบ้านหลังนี้ ครอบครัวของตนเองพักอาศัยกันอยู่รวมแล้ว 4 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีนำหมายศาลบังคับคดีมาแปะไว้หน้าบ้าน ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป ทำให้ครอบครัวต้องกระจัดกระจายแยกย้ายกันอยู่ ส่วนสาเหตุนั้นตนเองมาทราบในภายหลังว่า ลูกสาวนำบ้านหลังนี้ไปขายฝากในมูลค่า 50 ล้านบาท ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ จนเรื่องไปถึงชั้นศาลฯ ก่อนจะมีคำพิพากษาให้บริษัทเอกชนที่รับขายฝากเป็นผู้ชนะคดี และมีหมายมาแปะที่หน้าบ้าน
สำหรับลูกชายของตนเองเป็นคนรักสัตว์ มีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ทั้งแมว สุนัข และปลาอัลลิเกเตอร์ รวมกันแล้วมากกว่า 20 ตัว และพยายามจะเข้าไปให้อาหาร แต่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กีดกัน ไม่ให้เข้าไปดูแลสัตว์เลี้ยง ทำให้ลูกชายไม่สบายใจ ส่วนสาเหตุที่คลุ้มคลั่ง ตนไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีอาการป่วยจิตเวชและเสพยาเสพติด หรือดื่มสุราแต่อย่างใด
ส่วนอาวุธปืนสงครามและระเบิดที่พบภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่ทราบว่าลูกชายไปเอามาจากไหน ส่วนศพที่พบภายในบ้านยังไม่ยืนยันว่าใช่ลูกชายของตนจริงหรือไม่ และส่วนตัวยังไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นสาเหตุเกิดจากอะไร
จากนั้น ตำรวจ สน.บางพลัด ได้เชิญตัว พลตรีสมาน ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ขณะเดียวกัน ตำรวจ EOD, ตำรวจนครบาล, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกลาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยที่มีการกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป