ที่นนทบุรี ผญบ. ขับรถตู้ชนรถขายปลาหมึกย่าง กราบเท้าขอขมาแม่เหยื่อ เอ่ยปากขอโทษ ส่วนผัวคนตายตัดพ้อ ไม่มีแม้เงินจัดงานศพ ตั้งคำถามตรวจแอลกอฮอล์ช้าไปหรือไม่
วันที่ 23 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อรถตู้พุ่งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของ น.ส.พิมพ์พิชชา ปานภู่ อายุ 31 ปี และนายศิธาธร ต้นเจริญ อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ขณะกำลังจอดขายปลาหมึกย่างและลูกชิ้นปิ้ง บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนลาดปลาดุก ตำบลหนองเพรางาย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นเหตุให้ น.ส.พิมพ์พิชชา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายศิธาธรได้รับบาดเจ็บสาหัส
ซึ่งในจังหวะนั้น มีคลิปจากพลเมืองดี ที่บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ผู้ก่อเหตุซึ่งสวมเสื้อมีโลโก้คล้ายหน่วยงานรัฐ พยายามเดินหนีออกจากพื้นที่ เพื่อตามให้มารับผิดชอบ โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่า ก็ลงมาดูแล้ว และเห็นว่าตายแล้ว โดยมีพลเมืองดีเดินตามถ่ายคลิป
กระทั่งผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง นายพีรพงศ์ อายุ 39 ปี ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนขับรถตู้คู่กรณี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยืนยันไม่ได้เมา และไม่ได้หนี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.ไทรน้อย ผู้ก่อเหตุ เอาพวงมาลัย และธูปเทียนแพ มากราบเท้า ขอขมา นางส้มแป้น อายุ 63 ปี แม่ผู้ตาย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ และไม่ได้ตั้งใจ แต่แม่ที่ยังคงโศกเศร้า ยืนกรานไม่รับคำขอขมา
โดย นายพีรพงศ์ ผู้ก่อเหตุ บอกว่า ตั้งใจมาขอโทษครอบครัวผู้ตาย และยืนยันว่า ตอนนั้นขับรถมา ขณะฝนตกแล้วหักหลบรถสิบล้อ จนเสียหลักพุ่งชนร้านดังกล่าว
แต่จากข้อมูลก่อนหน้านี้ หลังเกิดเหตุ นายพีรพงศ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ออกจากจุดเกิดเหตุ โดยไม่ช่วยเหลือ แม้ชาวบ้านจะกางร่มเดินตามขอให้กลับไปดู แต่กลับพูดเพียงว่า “เขาตายแล้ว” ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุ ที่แม่ผู้ตายไม่ให้อภัย
ขณะที่ นายศิธาธร สามีผู้ตาย ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ทั้งกระดูกสันหลังหัก กะโหลกร้าว และความจำเสื่อมชั่วขณะ นั่งรถเข็นมาที่ สภ.ไทรน้อย เพื่อแจ้งความเอาผิดเพิ่มกับ นายพีรพงศ์ ในข้อหา “หลบหนีไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ” รวมเป็น 4 ข้อหา กับข้อหาเดิม ประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต, บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย โดยครอบครัวเรียกร้องเงินเยียวยา 35 ล้านบาท เพราะผู้ตายเป็นเสาหลักหาเลี้ยงคน 6 ชีวิต คือ แม่ยาย แม่ผัว น้าผัว และลูกอีก 3 คน แต่ นายพีรพงศ์ ขอเวลาปรึกษาครอบครัว 15 วัน และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทำให้เงินจาก พ.ร.บ. ไม่สามารถจ่ายได้
สามีผู้ตาย ตัดพ้อว่า ไม่มีแม้แต่เงินจัดงานศพภรรยา ไม่รู้จะหาเงินจากไหน และยังติดใจที่ตำรวจวัดแอลกอฮอล์ช้า พร้อมกับตั้งคำถามว่า กว่าจะมาให้ตรวจแอลกอฮอล์ ก็ผ่านไปประมาณ 10 ชั่วโมงแล้ว ช้าไปหรือไม่กับการตรวจแอลกอฮอล์ และว่าตนเสียคนรักไปทั้งคน ชาติหน้าก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันไหม
ทางคดี ตำรวจจะต้องสืบหาตัวคนขับสิบล้อ ในวงจรปิดมาสอบปากคำ หลังคนขับรถตู้อ้างว่าถูกขับตัดหน้า จนเกิดอุบัติเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ส่วนบรรยากาศ ที่ศาลาเย็นใจ วัดศรีเรืองบุญ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นวัดที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพของ นางสาวพิมพ์พิชชา ช่วงเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา พระสงฆ์ได้มีการเทศนาก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพในช่วงเวลา 17.00 น. ซึ่งวันนี้มีลูกชายคนกลางของผู้เสียชีวิต คือสามเณรเจ้าสัว อายุ 8 ขวบ ได้บวชเณรหน้าไฟให้กับผู้เป็นแม่ ซึ่งสามเณรเจ้าสัว บอกกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวีว่า “วันนี้หนูมาบวชทำบุญให้แม่ คิดถึงแม่” ซึ่งจากการสังเกต ยังไม่พบ ผู้ใหญ่บ้านพีรพงศ์ ผู้ก่อเหตุมาร่วมงานแต่อย่างใด.