“ป๋อง สุพรรณ” เข้าชี้แจงกองปราบ ปม “มูลนิธิหวันโชติ” ยอมรับเสียใจเหมือนอกหัก ยันไม่มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน ตำรวจยันมีข้อมูลเส้นทางการเงินอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ 


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.ย. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระ เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อชี้แจงกรณีมีรายชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” ที่จัดตั้งขึ้นโดย “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ก่อนถึงเวลานัดหมาย ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อสอบถามนายเสมอ ถึงเรื่องดังกล่าว เจ้าตัวเปิดเผยว่า ในส่วนของมูลนิธิฯ ก่อนหน้านี้มีกรรมการเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนแล้ว 5 คน จากทั้งหมด 7 คน เหลือตนซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการที่ยังไม่ได้เข้าให้ข้อมูล

นายเสมอ ยืนยันว่า ตนไม่มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงิน โดยผู้ที่มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน ประกอบด้วย อดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการอีก 1 คน ส่วนเงินของมูลนิธิฯ ยืนยันว่า ยังคงอยู่และไม่ได้หายไปไหน

นายเสมอ ยังกล่าวด้วยว่า ตนเป็นผู้ที่มีความศรัทธาและให้ความช่วยเหลือวัดมาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น รู้สึกเสียใจและผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเปรียบความรู้สึกว่า “เหมือนอกหัก”

เมื่อถามว่ารู้จักกับ น.ส. ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” หรือไม่ ป๋อง สุพรรณ ตอบว่าไม่รู้จักแต่เคยเห็นหน้า ไม่ค่อยสังสิงเรื่องในวัดสักเท่าไหร่ แต่จะเข้าไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อ หรือองค์หลวงพ่อจตุคาม ซึ่งเป็นเหรียญเหนือดวงทุกวันพฤหัส ขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นคนสร้างเหรียญเหนือดวง ส่วนที่ว่าทำไมต้องถวายทองนั้นเดี๋ยวจะออกมาบอกอีกครั้ง ไม่มีอะไรปิดบัง อยากจะมาเปิดเผย

ด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ออกหมายเรียกให้นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เข้ามาให้ข้อมูล หลังปรากฏรายชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” ที่จัดตั้งขึ้นโดย นายอติโชต หรือ “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนเรียก นายเสมอ เข้ามาสอบปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากมีชื่อเป็นกรรมการของ “มูลนิธิหวันโชติ” ตั้งแต่มีการจัดตั้งมูลนิธิเมื่อปี 2568 ประกอบกับหน้าที่ในการดูแลวัดมีขอบเขตค่อนข้างกว้าง จึงจำเป็นต้องเรียกกรรมการที่มีรายชื่อเข้ามาสอบปากคำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดี

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้น “มูลนิธิหวันโชติ” มีกรรมการทั้งหมด 7 คน ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก ซึ่งทั้งหมดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ส่วนอำนาจหน้าที่ของกรรมการนั้น ต้องพิจารณาว่าอดีตเจ้าอาวาสมอบหมายให้แต่ละคนดำเนินการเรื่องใดบ้าง

ส่วนประเด็นเส้นทางการเงินของ “มูลนิธิหวันโชติ” นั้น ยืนยันว่าตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบและขยายผลทางคดีต่อไป.